รีวิว อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา

 

 

อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Neon Genesis Evangelion เป็นการ์ตูนอะนิเมะชุดสำหรับฉายทางสถานีโทรทัศน์ สร้างโดยสตูดิโอไกแน็กซ์ (Gainax) เขียนบทและกำกับโดย ฮิเดอากิ อันโน และร่วมผลิตโดยทีวีโตเกียว และ Nihon Ad Systems เริ่มฉายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2538 และมีการนำมาทำในรูปแบบภาพยนตร์ไหม่ (อีวานเกเลียน: จุติภาค (Evangelion: Death and Rebirth) ฉายเมื่อ15มีนาคม1997 และปัจฉิมภาค (The End of Evangelion) ฉายเมื่อ19กรกฎาคม1997 ) หลังจากนั้น ประมาณ 10 ปี ก็ได้นำมาสร้างไหม่อีกครั้งในรูปแบบหนังโรง โดยจะมีทั้งหมด 4 ภาค โดยในภาพยนตร์ภาคแรก Evangelion1.0 : You Are (Not) Alone (2007) จะเป็นการเล่าเรื่องตามเนื้อหาเดิมที่ออกฉาย 6 ตอนแรกแต่มีการปรับปรุงฉากและภาพทั้งหมด ส่วนภาพยนตร์ภาคที่สอง Evangelion2.0 : You Can (Not) Advance โดยมีการเปลี่ยนแปลงบทบาทตัวละครและเนื้อเรื่องใหม่หมด ส่วนในภาค 3 และ 4 ยังไม่มีการกำหนดออกฉาย

ดูอนิเมะ

 

สมัยนั้น และก่อให้เกิดแฟรนไชส์สินค้าและสื่ออีวานเกเลียนขึ้นมากมาย นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลอะนิเมะใหญ่หลายรางวัล จนได้รับการยอมรับในหลายๆ แห่งว่า เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

ด้วยเหตุนี้จนถึงปัจุบัน อีวาเกเลี่ยน ยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอมา โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ชมรุ่นเก่าเท่านั้นแม้แต่ผู้ชมรุ่นใหม่ก็ยังคงพุดถึงอยู่

 รีวิว อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา เรื่องย่อ

รีวิว อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา

หลายๆท่านอาจจะยังไม่รู้หรือรู้จักบ้างแต่ไม่รู้เนื้อเรื่องจริงๆของการ์ตูนเรื่องนี้ผมขอเล่าเรื่องย่อแบบคร่าวๆ ให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกับการ์ตูนเรื่องนี้กัน

“ในปี ค.ศ. 2015 เป็นเวลา 15 ปีหลังจากหายนะที่เรียกว่า เซคันด์อิมแพกต์ การตกกระแทกของอุกาบาตขนาดใหญ่ที่มีสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เรียกว่าอดัม ตกที่ขั้วโลกใต้ เป็นเหตุให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุทำให้ประชากรของโลกจำนวนมากต้องล้มตายลงเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด เหล่าผู้นำประเทศระดับสูงจึงได้เริ่มมีการจัดตั้ง สหประชาคมโลกและองค์กรพิทักษ์มนุษยชาติ โดยมีการตั้งเมืองแบบใหม่แทนที่เมืองที่ถูกจมลงในทะเล โดยมีการสำรวจความเสียหายและการวิจัยเศษซากของอุกาบาตนั้น ได้พบกับ เทวทูตตนที่ 1 คือ ตัวอ่อนของอดัม และ เทวทูตตนที่ 2 คิอ ลิลิธ โดยทำการผลึกไว้ที่เมืองใหม่ที่ชื่อ เนโอโตเกียว แห่งที่ 3 ด้วย หอกลองกินุสเพื่อยับยังการคืนชีพของเทวทูตตนที่ 2 โดย เนโอโตเกียวแห่งที่ 3 เป็นเมืองหน้าด่านในการป้องกันโลกจากการจู่โจมของ เทวทูต ด้วยโครงสร้างพิเศษ เพื่อป้องกันการนำ ลิลิธออกมานั่นเอง โดยใช้อาวุธชีวะภาพที่ได้สร้างขึ้นด้วยมนุษย์จากข้อมูลที่เหลืออยู่ในอุกกาบาตที่ตกลงมาที่ขั้วโลกใต้ สร้างขึ้นมาและใช้ชื่อเรียกว่า อีวานเกเลียน ….”

 

เนื้อหา

การ์ตูนเรื่องนี้ได้เอาสัญลักษณ์และเนื้อหาทางศาสนาคริสเตียน (จูเดโอ-คริสเตียน) จากพระธรรมปฐมกาล (Book of Genesis)ในคัมภีร์ของศาสนายิว และคริสต์ และเรื่องเล่าทางศาสนาต่างๆมาใช้ในการดำเนินเรื่อง เช่น ข้ารับใช้ของพระเจ้า 12 องค์,Dead Sea Scrolls,หอกลองกินุส,และต้นไม้แห่งสติปัญญา

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของจิตวิทยา เรื่องครอบครัว การก้าวพ้นวัย การวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ตัวละครหลักถึงเป็นเช่นนั้นโดยย้อนไปดูเรื่องราวของตัวละครในสมัยเด็ก ทำไห้เห็นว่าพวกเขานั้นมีปัญหาด้านอารมมาตั้งแต่เด็ก จนกระทั่ง”ฟางเส้นสุดท้าย”ขาดลงพวกเขาก็ป่วยทางจิตในที่สุด

การดำเนินเรื่องจะวนเวียนและตั้งคำถามซ้ำไปซ้ำมา จนทำให้ตัวละครสับสนว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นนั้นคือเป็นเรื่องจริงหรือไม่ และการเล่าเรื่องหรือตัวละครในเรื่องเองก็ไม่ยอมบอกเนื้อเรื่องออกมาตรงๆ โดยให้ผู้ชมไปคิดและวิเคราะห์กันเอาเอง จึงเป็นสาเหตุที่หลายๆคนสับสนและงงงัน(บางคนอาจถึงขั้นเกลียด)ในตอนจบของเรื่อง ส่วนตอนจบเป็นเช่นไรนั้นอยากให้ไปลองดูกันเอาเองจะดีที่สุดครับ

อนึ่ง ฮิเดอากิ อันโน ผู้กำกับของเรื่อง เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนที่จะเริ่มสร้างเรื่องนี้ เขาได้นำประสบการณ์ตรงของตัวเองในการที่จะเอาชนะโรคซึมเศร้า มาเป็นแนวความคิดของตัวละคร เว็บดูอนิเมะ

ความรู้สึกหลังดู

รีวิว อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา

 

สำหรับผมแล้ว ผมมองว่าวงการอนิเมะแบ่งออกเป็นสองยุคหลักได้คือ ก่อน Evangelion และ หลัง Evangelion และมันน่าสนใจมากว่า งานอนิเมะที่แมสมากระดับที่เราสามารถพบมันได้ทุกหนทุกแห่ง (และถ้าเอาจริง เราสามารถใช้ชีวิตโดยอาศัยสินค้าที่ร่วมงานกับ Evangelion ล้วนๆ เลยยังได้) แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ยังเป็นอนิเมะที่เป็นที่ถกเถียง หาบทสรุป รวมไปถึงสร้างความโกรธแค้นให้กับแฟนๆ ขนาดขู่ฆ่าผู้กำกับมาแล้ว จนอยากจะบอกว่า ถ้าใครยังไม่เคยชมอนิเมะเรื่องนี้ นี่คือโอกาสของคุณแล้ว แต่ก็ควรอ่านบทความนี้แบบระวังสปอยล์ด้วย (Disclaimer : บทความนี้ไม่ได้สปอนเซอร์จาก Netflix แต่เขียนด้วยใจรักล้วนๆ)

 

ในอนิเมะสายหุ่นยนต์ Mobile Suit Gundam เคยปฏิวัติวงการด้วยการเปลี่ยนการต่อสู้ระหว่างหุ่นยนตร์กับสัตว์ประหลาดหรือมนุษย์ต่างดาว กลายมาเป็นการต่อสู้ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เพียงแค่ต่างอุดมการณ์ จนได้อนิเมะที่สมจริงแม้จะเล่าเรื่องราวในจินตนาการ แต่ Evangelion กลับย้อนกลับไปสู้กับสิ่งมีชีวิตลึกลับอีกครั้ง แต่กลับกลายเป็นว่ามันไม่ได้ลดความสมจริงเลย เพราะ Evangelion ไปเน้นส่วนที่เป็นผลกระทบของการต่อสู้เหล่านั้นที่มีต่อตัวละครทั้งหลาย และสภาพจิตใจของตัวละคร

 

ใน Evangelion หลายสิ่งที่มักจะเคยถูกมองข้ามไปกลับถูกขับเน้นให้เด่นขึ้นมา แม้ตัวเอกจะเป็นผู้ขับหุ่นยนต์สุดเท่ ซึ่งถ้าเป็นอนิเมะเรื่องอื่นเขาคงจะยืดและกลายเป็นฮีโร่ของเพื่อนๆ แต่ Shinji กลับกลายเป็นนักเรียนใหม่จืดๆ คนหนึ่ง และพอเพื่อนรู้ว่าเขาคือคนขับเจ้าหุ่นยนตร์ยักษ์นั่น เขากลับถูกเพื่อนร่วมชั้นต่อยเอาเพราะว่าการสู้รบนั้นทำให้น้องสาวของเพื่อนคนนั้นได้รับบาดเจ็บ สำหรับตัว Shinji แล้ว การได้ขับหุ่นยนต์ ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่เป็นภาระที่หนักอึ้ง และตัวเขาเองก็ตั้งคำถามต่อตัวเองเสมอว่าเขาขึ้นไปขับมันเพื่ออะไร จนเราต้องกลับมามองอีกครั้งว่า ถ้าเราเป็นเด็กชายอายุ 14 แล้ว เราจะดีใจที่ได้โอกาสขับหุ่นยนตร์สุดเท่ หรือกลัวตายจนวิ่งหนีจากตรงนั้นกันแน่

 

ซึ่งคำถามนั้นก็ค่อยๆ ถูกตอบในเรื่อง ตัว Shinji เอง คือเด็กหนุ่มวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่อย่างที่ควร เขาจึงแอบดีใจเมื่อพ่อเรียกตัวมา แต่พอพ่อเขาผลักไสเขาออกไปสู้กับสัตว์ประหลาด และไม่ได้สนใจตัว Shinji นอกจากคิดแค่ว่าเขาสามารถขับหุ่นยนต์ได้ (เพราะหุ่นยนต์มีความพิเศษว่านักบินต้องสามารถซิงโครไนซ์กับหุ่นได้ จำเป็นต้องเป็นเด็กวัยรุ่นที่ยังไม่พัฒนาอีโก้ได้สมบูรณ์นัก) ทำให้เขายิ่งซึมเศร้าหนักไปอีก และพยายามถามหาการยอมรับจากคนรอบข้าง

 

สิ่งที่กลายเป็นจุดสุดยอดของอนิเมะเรื่องนี้คือ สองตอนสุดท้าย ตอนที่ 25 และ 26 หลังจากเรื่องราวได้ขยายขอบเขต ทำให้เราตื่นเต้นและไฮป์เต็มที่ ว่าเรื่องราวจะคลี่คลายอย่างไร เพราะตลอด 24 ตอน เรื่องมันพลิกไปมา และเต็มไปด้วยปริศนาต่างๆ มากมาย แต่กลายเป็นว่าสองตอนสุดท้าย กลับกลายเป็นงานนามธรรม ที่เหมือนกับตัว Shinji คุยกับสภาพจิตใจของตัวเอง พร้อมภาพตัดไปมา งานศิลป์ของสองตอนนี้ต่างไปจากที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะปิดท้ายด้วยรอยยิ้มของ Shinji  ที่หันมายิ้มให้กับคนดูอย่างสดใส เล่นเอาคนดูในตอนนั้นงงกันหมด

รีวิว อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา

ในยุคที่ชาวญี่ปุ่นดูทางโทรทัศน์ ชาวไทยแบบผมก็ต้องค่อยๆ รอวิดีโอมาที่ร้านเช่าที่ละตลับ พอเจอแบบนี้ ก็งงกันหมด และยุคนั้นอินเตอร์เน็ตก็ยังไม่ได้แพร่หลายมาก ไม่รู้จะไปแลกเปลี่ยนกับใคร ได้แต่เก็บความงงไว้ในใจ ไม่แปลกที่จะมีแฟนที่รู้สึกเหมือนถูกหักหลังจนไปขู่ฆ่าผู้กำกับ เล่นเอาอาการซึมเศร้าผู้กำกับหนักกว่าเดิม แม้ในภายหลังจะมีฉบับภาพยนตร์ออกมาอีกสองเรื่อง เพื่ออธิบายให้เข้าใจมากขึ้น แต่ก็ยังชวนงงอยู่ดี จนทุกวันนี้ เวลาอ่านกระทู้เรื่อง Evangelion หลายคนก็มักจะบอกว่า ให้ข้ามสองตอนสุดท้ายแล้วไปดูฉบับภาพยนต์ แต่จริงๆ แล้ว สองตอนสุดท้ายนั่นล่ะครับที่ผมว่ามันคือตอนที่สำคัญที่สุด รีวิวการ์ตูน

 

 

แม้ Evangelion จะเป็นงานที่ถูกถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน และเวลาก็ผ่านมาเกือบ 25 ปีแล้ว แต่ความยอดเยี่ยมของมันยังคงผลิดอกออกผลอยู่จนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงอิทธิพลของมันที่เราสามารถสัมผัสได้เรื่อยๆ จะเรียกว่ามันคืองาน Cult Classic ก็คงเรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะถึงแม้มันจะมีสาวกที่ติดตามอย่างจริงจัง แต่ในขณะเดียวกันมันก็ประสบความสำเร็จในวงกว้างเป็นอย่างมาก แต่พอถามว่ามันเกี่ยวกับอะไร ก็คงจะได้คำตอบที่หลากหลายอีก กลายเป็นงานอนิเมะที่ทั้งย้อนแย้งและยอดเยี่ยมในเวลาเดียวกัน ชนิดที่ต้องบอกว่า ก็คงต้องดูและหาคำตอบเอง

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น