รีวิว ไบรท์: จิตวิญญาณซามูไร

 

หลังจากข่าวคราวเงียบหายไปนาน ล่าสุด Netflix ก็ปล่อยตัวอย่างแรกของแอนิเมชันภาค Spin-off ของ ‘Bright’ ภาพยนตร์แนวแอ็กชันแฟนตาซีที่เข้าฉายทาง Netflix เมื่อปี 2017 (นำแสดงโดยวิล สมิธ – Will Smith และโจเอล เอ็ดเกอร์ตัน – Joel Edgerton) ในชื่อภาคว่า ‘Bright: Samurai Soul’ แอนิเมชันที่ผสมผสานงานภาพสไตล์ญี่ปุ่นเข้ากับเทคโนโลยี 3D Animate เรื่องราวจะเล่าย้อนกลับไปในช่วงปลายสมัยเอโดะก่อนเข้าสู่ยุคเมจิ กำกับโดยอิชิกุโระ เคียวเฮ (Ishiguro Kyohei)

 

‘Bright: Samurai Soul’ เป็นออริจินัลแอนิเมชันของ Netflix ที่นอกจากจะขยายจักรวาลของ ‘Bright’ ให้กว้างขึ้นแล้ว เรายังจะได้เห็นฮีโรหน้าใหม่ที่กำลังฮอตสุด ๆ ตอนนี้อย่างซื่อมู่ หลิว (Simu Liu) มารับหน้าที่พากย์เสียงซามูไรตาเดียว Izou, เฟร็ด แมนคูโซ (Fred Mancuso) รับหน้าที่พากย์เสียงให้กับออร์ค Raiden และฮาราดะ ยูซุ (Harada Yuzu) รับหน้าที่พากย์เสียงเอลฟ์ Sonya

เว็บดูอนิเมะ

 

Bright: Samurai Soul ไบรท์: จิตวิญญาณซามูไร เป็นภาคแยกที่สร้างต่อจาก  “Bright” ฉบับคนแสดงจริงของวิลล์ สมิธ เป็นหนัง Original Netflix ปี 2017 โดยในภาคอนิเมะเปลี่ยนมาดำเนินเรื่องในประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายระบอบโชกุนเข้ายุคเมจิ เป็นเรื่องราวของอิโซกับไรเด้น คู่โรนินกับออร์คที่ช่วยกันพา “ซอนยา” เอลฟ์น้อยและไม้กายสิทธิ์ของเธอไปยังดินแดนเอลฟ์ทางตอนเหนือ

 

รีวิว ไบรท์: จิตวิญญาณซามูไร เรื่องย่อ 

 

เรื่องย่อที่ทาง Netflix เผยออกมานั้นทำให้เรารู้ว่า ‘Bright: Samurai Soul’ จะเล่าถึงแสงสว่างอันทรงพลังที่เป็นจุดเริ่มต้นการล่มสลายของยุคสมัยเอโดะและระบอบโชกุน เพื่อไม่ให้ญี่ปุ่นเกิดการนองเลือด Izou ซามูไรพเนจรที่สูญเสียเหตุผลในการมีชีวิตต้องร่วมมือกับ Raiden ออร์กผู้เกลียดการฆ่าฟันและเอลฟ์สาว Sonya ในการเดินทางอันยาวนานและเต็มไปด้วยอันตราย

 

Izou และ Raiden ต้องพา Sonya ไปยังดินแดนแห่งเอลฟ์ทางตอนเหนือโดยเดินทางไปตามถนนโทไคโด จากเกียวโตสู่โยโกฮามะ เพื่อนำแสงสว่างไปเก็บรักษาไว้ยังสถานที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้องค์กรลึกลับ Inferni ใช้พลังอันยิ่งใหญ่นี้ในการปลุกเจ้าแห่งความมืดขึ้นมา

 

รีวิว ไบรท์: จิตวิญญาณซามูไร

 

 

อนิเมะเรื่องนี้ยังเดินตามโครงเนื้อเรื่องหลักของต้นฉบับวิลล์ สมิธ คือมีตัวละครคู่หูต่างเผ่าพันธ์เหมือนเดิมเดิม มีของวิเศษไม้กายสิทธ์เปล่งแสงได้แบบเดิม ซึ่งการสร้างภาคแยกสปินออฟนี้ก็เหมือนต้องการปรับมาแนวญี่ปุ่น ให้เรื่องราวที่มีแฟนตาซีเวทมนต์ได้กลมกลืนไปกับประวัติศาสตร์โลกทางเอเชีย ซึ่งผู้สร้างก็คงคิดว่าน่าจะกลมกลืนเข้ากันได้ตามสไตล์มังงะกับอนิเมะหลายเรื่องที่ชอบหยิบช่วงเวลารวมประเทศญี่ปุ่นของโนบูนางะมาใช้ ซึ่งพลังในการรวมประเทศในเรื่องนี้ก็เลยอ้างอิงว่าเกิดจากของวิเศษในเรื่องนั่นเอง

 

 

แม้โครงเรื่องของวิเศษมันอาจจะดูไปกันได้กับอนิเมะญี่ปุ่น แต่ต้องยกเว้นเรื่องนี้ไว้เรื่องนี่แหละ เพราะปกติการมีของวิเศษในตำนานญี่ปุ่นจะเป็นพวกอาวุธดาบในตำนานต่างๆ แต่พอเรื่องนี้ทำโครงเรื่องแบบต้นฉบับก็เลยปรับมาเป็นไม้กายสิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ในปิ่นปักผม ซึ่งถ้าใครผ่านเรื่องราวแนวๆ ของวิเศษญี่ปุ่นมาก่อนก็คงไม่อินเท่าไหร่ แล้วตัวเรื่องยังสร้างให้ของวิเศษนี้ออกแนวพลังแสงส่องโลกที่ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันช่วยหยุดสงครามได้ยังไง นอกจากคำบรรยายว่ายุคนั้นมืดมน แต่ของวิเศษนี้ส่องแสงขับไล่ออกไปได้ ซึ่งมันเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้เลยตั้งแต่เปิดเรื่อง จนมาถึงหลังๆ ก็ออกแนวใช้ไม้นี่ยิงแสงทำลายศัตรูได้ คืนชีพคนได้แบบงงๆ ว่าไปทำตอนไหนอยู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาได้ ตือจุดนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกสนุกหรือเข้ากับตำนานญี่ปุ่นอะไรได้เลย แต่ถ้าใครไม่ได้เสพแนวญี่ปุ่นมาก่อนก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรแบบนี้ครับ

นอกจากนี้คือการใช้โลกแบบอยู่ๆ ซามูไรญี่ปุ่นก็มี ออร์ค กอบลิน เซน เอลฟ์ เซนทอร์ มาร่วมรบ ร่วมสู้ในช่วงรวมประเทศญี่ปุ่นด้วยโดยไม่มีการปูความเป็นมาอะไรเลย เปิดเรื่องมาก็ยัดพวกนี้มาเลยเหมือนว่าเป็นโลกคู่ขนานกับญี่ปุ่นแบบปกติ ซึ่งการไม่ปูความเป็นมาให้คนดูเชื่อถือก็ทำให้จุดนี้สอบตกตั้งแต่แรกทันที ยิ่งใครไม่รู้จักหนังต้นฉบับมาก่อนก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าทำไมมีพวกนี้มาร่วมในกองทัพญี่ปุ่นได้ ซึ่งมันส่งผลถึงตัวเอกหลักที่ไม่ใช่มนุษย์ของไรเด้นกับซอนยาด้วย คือเราจะรู้สึกได้เลยว่ามันขัดๆ กับเรื่องราวแนวญี่ปุ่นย้อนยุคตลอด จนทำให้เฉยๆ กับการสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครแฟนตาซีของตะวันตกในเรื่องนี้ไปเลย

 

นอกจากนี้กลุ่มตัวร้ายของเรื่องก็ถูกยัดให้เป็นฝรั่งตะวันตกไปตามสูตรแบบง่ายๆ แต่ดันเป็นคนญี่ปุ่น ชื่อญี่ปุ่น แต่งตัวในชุดตะวันตก ร่วมกับพวกสัตว์ประหลาดตะวันตกใส่เกราะญี่ปุ่น อย่างมนุษย์ปลาหมึกที่ดันไปเหมือน ดร.ออโตปุส ของสไปเดอร์แมนซะงั้น ซึ่งการรวมดีไซน์สองฝั่งเข้าด้วยกันของเรื่องนี้ออกมาแย่ไม่เข้าท่า ถือว่าสอบตกมากไม่ผ่าน

 

ส่วนเนื้อเรื่องการผจญภัยหลักผ่านตัวละครคู่หูต่างเผ่าที่ตอนแรกทะเลาะกัน ก่อนจะกลายมาเป็นมิตรภาพที่แท้จริง บทมันเป็นไปตามสูตรง่ายเกินไป ฉากแอ็กชั่นก็ไม่ได้ออกมาสนุกอะไรมาก ตัวนางเอกเอลฟ์น้อยของเรื่องก็สร้างออกมาแบบสูตรสำเร็จเป็นเด็กสาวอ้อนแอ้นดูเซ็กซี่นิดๆ รอให้คนไปช่วย ซึ่งโครงเรื่องไม่มีอะไรใหม่เป็นเส้นตรงหมด แล้วก็จบแบบง่ายๆ แบบนึกจะจบก็จบเอาดื้อๆ จนไม่เหลือจุดเด่นน่าสนใจอะไรทั้งสิ้น และใครที่หวังเชิงลึกว่าจะไปเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นก็บอกเลยไม่มีทั้งสิ้น ตัวเรื่องแค่หยิบจับเอาช่วงเวลานั้นมาใช้ โดยไม่มีเรื่องราวไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์จริงเลยแม้แต่น้อย

 

งานแอนิเมชั่นของเรื่องก็เป็นแนวเรนเดอร์ 3D ตามสไตล์ของ Netflix การเคลื่อนไหวก็ไม่ได้แย่ รวมๆ ถือว่างานดีพอใช้ได้  ใครที่เคยดูแบบนี้มาก่อนก็คงเฉยๆ แต่ถ้าใครพึ่งได้ดูแบบนี้ก็อาจจะไม่ชอบเอาเลย

 

นี่อาจจะไม่ใช่งานเผาของ Netflix เป็นงานดัดแปลงที่เหมือนจะคอนเซ็ปต์ไอเดียดี แต่กลับออกมาไม่ดี เข้าขั้นล้มเหลว ซึ่งถ้าใครที่จะดูก็คงต้องทำใจไว้ก่อนว่าไม่ได้ดีอะไรมาก แค่ดูผ่านๆ ได้เท่านั้นครับ

รีวิว ไบรท์: จิตวิญญาณซามูไร

 

แอนิเมชั่นที่ดี แอคชั่นที่ดี และเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่ได้ผล เช่นเดียวกับภาพยนตร์ต้นฉบับ ความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างฮีโร่ที่เป็นมนุษย์ (ซามูไรในกรณีนี้) และออร์คนั้นน่าสนใจ และการปกป้องของเด็กสาวเอลฟ์ก็อบอุ่นหัวใจ

 

ก่อนอื่น ให้ฉันพูดสำหรับบันทึกว่าฉันเป็นหนึ่งในผู้ดูอนิเมะหายากที่รักอนิเมะ CG แต่เพียงเพราะสตูดิโอเลือกใช้วิธีการ 3D ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะละเลยการระบายสีได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะทำในเทคนิคสี การแรเงานั้นแย่มากจนฉากป่าดูเหมือนฝีมือคนๆ หนึ่งที่ใช้แฟลช Adobe

 

ฉากต่อสู้ทำได้ดีมาก แต่มีน้อยและไกลมากที่คุณต้องทนทุกข์ทรมานจากภาพยนตร์เพียงเพื่อดู นี่เป็นเรื่องราวที่มืดมนและน่าสลดใจเกี่ยวกับการค้าประเวณี การเป็นทาสทางเพศ และการเหยียดเชื้อชาติอย่างรุนแรง ตัวละครทุกตัวเป็นคนไม่ดีและมีความไม่ชอบมาพากลต่างกันไป อาจเรียกได้ว่าสว่างและมีสีสันสดใส แต่ไม่มีตอนจบที่มีความสุขที่นี่

ดูอนิเมะ

 

เท่าที่ฉันสนุกกับการสะบัดซามูไรและการต่อสู้ด้วยดาบที่ยอดเยี่ยม ฉันไม่สามารถให้คะแนนสูงกว่า 4 ได้ เพราะรู้สึกว่ายังไม่เสร็จ ลอร์ดรู้สึกสุ่มคิดออก นี่ไม่ใช่ทรัพย์สินทางปัญญาที่ดีที่สุด และฉันคิดว่า Netflix ควรจะเดินหน้าต่อไป

 

โย่แม้ว่าอนิเมชั่นและเรื่องราวโดยรวมจะแย่ OST นั้นคือไฟ แต่ถ้าคุณจัดการเพื่อชอบสิ่งนี้ ฉันแนะนำยาสึเกะของ Netflix อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ทำให้ทั้งอนิเมะและแฟรนไชส์ Bright อับอาย นี้จะได้รับดี

 

งานศิลปะ: ยอดเยี่ยม ดนตรี: โอเค การแสดงด้วยเสียง: พากย์เสียงพากย์ยอดเยี่ยม: โอเค เรื่องราว: A ถึง B และไม่มีอะไรอยู่ระหว่าง…ไม่มีส่วนร่วม

 

เรื่องราวที่เป็นเส้นตรงมากซึ่งแตกต่างจากภาพยนตร์ Netflix เรื่อง “Bright” เพียงเล็กน้อย ฉันสงสัยว่าสิ่งนี้จะไม่เป็นไปตามตำนานดั้งเดิมเช่นกัน เมื่อใดที่ความมืดเข้ามาและให้ชื่อเสียงที่ไม่ดีแก่พวกออร์คทั้งหมด?

 

นั่นเป็นแอนิเมชั่น 2 มิติที่ดีที่สุดที่ฉันเคยดูมา ใช่ อนิเมะ 2 มิติในปี 2021 แต่อย่าเข้าใจฉันผิดนะ อนิเมะ 2 มิติในทุกวันนี้อาจดีกว่าอนิเมะ 3 มิติก็ได้ แท้จริงแล้วทีมผู้สร้างได้สร้างผลงานอันโดดเด่นขึ้นมาด้วยความพยายามอย่างจริงใจของพวกเขา ทุกภาพเป็นผลงานชิ้นเอกที่สวยงาม และเพลงประกอบโดย LITE simple แสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความจริงจังของการผลิต

 

 

สรุป

รีวิว ไบรท์: จิตวิญญาณซามูไร

 

อนิเมะที่พยายามดัดแปลงสร้างจากต้นฉบับเดิม “Bright” ของวิลล์ สมิธ จากหนังไซไฟแฟนตาซีฝรั่งมาเป็นญี่ปุ่นย้อนยุคถือว่าไม่ผ่าน ไม่เข้ากันเลยกับการดัดแปลงมาทื่อๆ หลายอย่างทำออกมาไม่ดี เนื้อเนื่องเป็นไปตามสูตรง่ายๆ จบแบบทื่อๆ งานแอนิเมชั่น 3D แข็งๆ ใครที่ยังอยากดูคงต้องทำใจไว้หน่อยว่าแค่พอดูผ่านๆ ได้เท่านั้นครับ

 

ต้องบอกก่อนว่า Bright ภาคต้นฉบับเองก็เป็นหนังที่ไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นหนังที่ตกอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คนด้วยเซ็ตอัพโลกที่ไม่เหมือนใคร สำหรับภาคนี้ที่เอาเซ็ตอัพเดิมมาเล่น แต่ด้วยแอนิเมะญี่ปุ่นที่มีเซ็ตอัพโลกแปลกๆ เยอะอยู่แล้ว จึงไม่มีความตื่นตาตื่นใจอะไร ด้านเนื้อเรื่องเองก็ค่อนข้างจะธรรมดาตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อนหรือให้ลุ้น หลายๆ ช่วงออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ

รีวิวการ์ตูน

อีกส่วนที่เป้นจุดอ่อนของเรื่องนี้คือการเคลื่อนกล้อง ปกติอนิมเะญี่ปุ่นมักจะไม่ค่อยเคลื่อนกล้องสักเท่าไหร่เพื่อประหยัดทั้งแรงงานและแรงงเินในการผลิต (ยกเว้นแอนิเมะระดับฉายโรง) แต่ด้วยการที่เรื่องนี้เป็นงาน 3D Animation ทำให้กล้องมีอิสระมากขึ้น แต่กลายเป็นว่าถูกนำมาใช้อย่างไม่คุ้มค่า การเคลื่นกล้องในเรื่องมีแบบไร้จุดหมาย มีเพียงเพราะทำได้อยู่เต้มไปหมด แถมการตัดต่อหลายๆ ฉากก็ทำให้ขาดความต่อเนื่อง ดูไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น บางฉากทีการประดาบกันมั่วๆ ที่ดูไม่รู้เรื่อง แล้วก็ตัดมามีเลือดไหล มีรอยฟันแล้ว

 

 

 

จุดเด่น

 

ดัดแปลงจาก “Bright” ของวิลล์ สมิธ มาเป็นอนิเมะย้อนยุคช่วงรวมญี่ปุ่น

โลกแฟนตาซีตะวันตกรวมกับญี่ปุ่น

มีเสียงพากย์ไทย

 

 

จุดด้อย

 

การดัดแปลงจากฝรั่งมาเป็นญี่ปุ่นแบบไม่เข้ากันมากๆ

ขาดที่มาที่ไปปูเรื่องโลกแฟนตาซี

เนื้อเรื่องสูตรสำเร็จเดินเรื่องไปแบบทื่อๆ

ฉากแอ็กชั่นงั้นๆ

แอนิเมชั่น 3D ไม่ได้ดีมาก

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น