รีวิว Howl’s Moving Castle

ดูจากชื่อเรื่องแล้วตอนแรกข้าวหอมคิดว่าน่าจะเป็นการ์ตูนของทางฝั่งตะวันตกเพราะรู้สึกว่าความเชื่อในเรื่องของเวทมนตร์และชื่อของพ่อมดอย่าง “ฮาวล์” ฟังดูยังไงก็น่าจะเป็นชื่อของฝรั่ง แต่พอดูลายเส้นของภาพก็พอจะรู้ว่าเป็นสไตล์ของการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งพอศึกษาข้อมูลในภายหลังจึงทราบว่าที่จริงแล้วอนิเมะเรื่องนี้สร้างโดยคนญี่ปุ่นจริง แต่ได้เค้าโครงเรื่องมาจากหนังสือนิยายของประเทศอังกฤษ จึงไม่แปลกที่ลักษณะตัวละคร และเรื่องราวต่าง ๆ ในเรื่องจะออกแนวตะวันตก ดูอนิเมะออนไลน์

 

 

 

สำหรับอนิเมะเรื่องปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์นั้น จะกล่าวถึงชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ร้านทำหมวกอายุ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่มีความผิดชอบซึ่งต้องดูแลร้านขายหมวกต่อบิดาของเธอ เธอไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบเด็กผู้หญิงอายุ 18 ปี เค้าทำกัน แถมไม่มีความมั่นใจตัวเองอีกตังหาก

 

 

จนกระทั่งมาเจอกับพ่อมดรูปหล่อคนหนึ่ง นั่นก็คือฮาวล์ โดยบังเอิญ ด้วยการช่วยเหลือเธอจากทหารหนุ่มเดินลาดตระเวนอยู่แถวนั้นที่กำลังลวนลามเธอระหว่างไปหาน้องสาว แล้วเกิดชอบพอกันเข้า จนทำให้แม่แห่งทุ่งร้างไม่พอใจอย่างมาก จึงสาปเธอเป็นหญิงแก่ชราและไม่ให้เธอสามารถบอกใครได้ หญิงสาวเลยตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อไปหาปราสาทลอยฟ้าของฮาวล์เพื่อให้เค้าแก้คำสาปให้ ต่อจากนี้ไปจึงเป็นการผจญภัยของเธอที่เธอไม่คิดว่าจะได้ทำมันจริง ๆ แล้วความสัมพันธ์ของเธอและฮาวล์จะเป็นเช่นไรต่อไป ต้องติดตามกันในอนิเมะฉบับเต็มของเรื่องนี้เลยค่า

ดูอนิเมะ

 

รีวิว Howl's Moving Castle

Howl’s Moving Castle (2004) ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ การเดินทาง การเติบโตและความรักของพ่อมดหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้อ่อนไหวกับหญิงสาวผู้ต้องคำสาปให้กลายเป็นหญิงชรา

 

รีวิว Howl’s Moving Castle  เรื่องย่อ รีวิว Howl’s Moving Castle

 

อนิเมะบอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของ “โซฟี” นางเอกของเรื่องที่เดิมทีเป็นเด็กสาววัย 18 ปี นิสัยขยันขันแข็ง มีอาชีพทำหมวกขายในร้านทำหมวกที่เธอรับช่วงต่อมาจากพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว โซฟีเป็นคนขาดความมั่นใจในตัวเอง เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่สวยและมีชีวิตที่น่าเบื่อ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอกำลังตกอยู่ในอันตราย โซฟีถูกทหารสองคนทำท่าจะลวนลามเธอ “ฮาวล์”

 

 

ที่บังเอิญผ่านมาเห็นได้เข้ามาช่วยเหลือเธอไว้ ทำให้แม่มดแห่งทุ่งร้างที่แอบชอบฮาวล์อยู่เกิดความไม่พอใจและร่ายคำสาบให้โซฟีกลายเป็นคนแก่อายุ 90 ปี อนิเมะใช้เวลาไม่นานในการเล่าเรื่องราวในตอนต้น ดูไม่ยืดเยื้อและน่าติดตามดีค่ะ โดยข้าวหอมเห็นว่าความสนุกและน่าตื่นเต้นของเรื่องเริ่มต้นขึ้นจากตรงจุดนี้เลย เพราะมันทำให้เราอยากรู้ว่าโซฟีในวัย 90 ปี จะทำอะไรต่อไป

 

 

ซึ่งหลังจากถูกสาบโซฟีก็ตระหนักว่าเธอไม่สามารถจะอยู่ที่บ้านต่อไปได้ เพราะแม้ว่าภายในเรื่องนี้ความเชื่อด้านเวทมนตร์และพ่อมดแม่มดไม่ได้ดูแปลกประหลาดหรือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่แม่และน้องของเธอคงจะจำเธอไม่ได้แน่นอน โซฟีจึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านและเดินทางไปยังหุบเขาที่เต็มไปด้วยพ่อมดแม่มด โดยระหว่างทางเธอก็ได้เจอกับบ้านเคลื่อนที่ของพ่อมดฮาวล์ ที่เคยช่วยเธอไว้เมื่อตอนต้นเรื่อง ด้วยความที่ฮาวล์เป็นเด็กหนุ่มที่น่าจะอายุไม่ต่างกับโซฟีมากทำให้เราพอจะเดาได้ว่าเขาต้องเป็นพระเอกของเรื่อง คือมันไม่ใช่อนิเมะที่เป็นเรื่องของการผจญภัยหรือเวทมนตร์เท่านั้น แต่มีประเด็นด้านความรู้สึกและความรักของหนุ่มสาวที่เป็นตัวเอกของเรื่องด้วย อนิเมะออนไลน  

 

 

 

นอกจากเรื่องราวความรักของเด็กสาวในร่างคนแก่วัย 90 ปีกับพ่อมดหนุ่มทรงพลังและเวทมนตร์เจ๋ง ๆ อย่างบ้านที่มีขาสามารถเดินเคลื่อนที่ได้ ประตูวิเศษที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่หลาย ๆ แห่งแล้ว ภายในเรื่องเราจะได้เห็นแง่มุมของการเมืองและการทำสงครามในยุคสมัยก่อนอีกด้วย ซึ่งองค์ประกอบทั้งหมดที่ว่ามาทำให้อนิเมะเรื่องนี้ดูไม่เด็กจนเกินไป มีมุขตลกและเวทมนตร์ชวนฝัน ผู้ใหญ่อย่างเราดูก็รู้สึกสนุก มีอะไรให้คิดตาม โดยรวมแล้วสามารถดูได้เพลิน ๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยค่ะ ซึ่งสุดท้ายแล้วโซฟีจะสามารถลบล้างคำสาบกลับมาเป็นเด็กสาวได้หรือไม่และเรื่องราวจะจบลงด้วยดีหรือเปล่า ใครอยากรู้ให้ไปติดตาม Howl’s Moving Castle  (ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์)  กันต่อที่ Netflix ได้เลยนะคะ

 

รีวิว Howl's Moving Castle

รีวิว

ความรู้สึกแรกที่ได้รับหลังจากดู Howl’s Moving Castle (2004) คือความรู้สึกดี อบอุ่นภายในใจ และรู้สึกแฮปปี้กับความสัมพันธ์ของตัวละครหลัก แม้ว่าจะไม่ใช่อนิเมะที่เน้นเรื่องราวรักโรแมนติกเป็นหลัก สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ตัวละครแต่ละตัวมีความสับสนและกังวลในจิตใจและไม่สามารถละทิ้งมันไปได้ แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็ก้าวข้ามความรู้สึกนี้และมีความสุขกับชีวิตในขณะนั้น สำหรับ Howl’s Moving Castle (2004) เป็นอนิเมะที่ดำเนินเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ตามสไตล์ของสตูดิโอจิบลิ เราจึงจะได้ซึมซับบรรยากาศของความแฟนตาซีได้อย่างเต็มอิ่ม สิ่งหนึ่งที่ชอบในส่วนของโครงเรื่องคือคาแรคเตอร์ของคุณยายโซฟีเพราะถึงแม้เธอจะโดนสาปแต่เธอก็มีทัศนคติที่เป็นบวกมาก ๆ จนทำให้เธอกล้าที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่างและมีความมั่นใจในตัวเองขึ้นมา

 

 

ในเรื่ององค์ประกอบของภาพก็ดีตามมาตรฐานของสตูโอ เพลงที่ใช้ประกอบก็ติดหูและน่าฟังจนสามารถทำให้ผู้ชมต้องกลับไปหาฟังเองหลังดูจบ เช่น เพลง Merry go round ที่เป็น Theme song ของ Howl’s Moving Castle (2004) โดย Merry go round เป็นเพลงที่มีเมโลดี้ที่ดูสดใส แต่แฝงไปด้วยประกายของความหม่นหมองในจิตใจ ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงนี้ก็รู้สึกว่าเพลงกำลังสื่อถึงเรื่องราวในชีวิตที่ทุกคนได้พบเจอมา บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ดี บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีปะปนกันไปเพราะชีวิตมีขึ้นมีลงตามจังหวะของมัน สิ่งที่เราทำได้คือการปล่อยใจให้สบายและไหลไปตามท่วงทำนองของชีวิต

 

 

 

แม้ว่าจะต้องประสบกับความทุกข์หรือสิ่งที่เป็นเคราะห์กรรมตามความเชื่อ แต่สุดท้ายแล้วหากเราเชื่อและมีความหวังว่าเราจะผ่านไปได้ ความหวังและความปรารถนาก็จะประสบผล ส่วนตัวคิดว่าเพลงนี้สื่อถึงการเติบโตในทุกช่วงอายุ และการมีชีวิตอยู่ เหมือนกับม้าหมุน (Merry-go-round) ในสนามเด็กเล่นที่เด็ก ๆ ชอบและมีความสุขทุกครั้งที่ได้นั่ง เราก็แค่ต้องปล่อยให้มันเป็นไปและพยายามทำให้ตัวเองสนุกกับชีวิตบ้าง แม้ชีวิตในแต่ละวันจะย่ำแย่แค่ไหน แต่หากเรายังชีวิตอยู่ก็ต้องดิ้นรนและพยายามต่อไป สิ่งหนึ่งที่อาจทำให้ Theme song ของ Howl’s Moving Castle (2004) ให้ความรู้สึกเศร้าและหม่นหมองนิดหน่อยเพราะในเรื่องจะมีพื้นหลังเป็นการทำสงคราม

 

 

สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดหลังจากดู Howl’s Moving Castle (2004) คือคาแรคเตอร์ของโซฟี เพราะในตอนแรกโซฟีเป็นหญิงสาวที่ใช้ชีวิตแบบมีแบบแผนและดูเป็นผู้ใหญ่โดยเธอรับช่วงต่อร้านทำหมวกของพ่อเพราะเธอเป็นลูกคนโตและคิดว่าควรทำต่อเพราะพ่อของเธอรักมันมาก จนน้องสาวเธอก็บอกว่าให้ใช้ชีวิตของตัวเองบ้างนะ ทำเพื่อตัวเองบ้าง และในวันนั้นเองที่เธอกำลังเดินทางไปเยี่ยมน้องสาว เธอก็ได้พบกับฮาวล์พ่อมดหนุ่มที่เข้ามาช่วยเธอไม่ให้โดนทหารพูดจา แทะโลมเธอ และในตอนนั้นเองโซฟีก็รู้สึกได้ว่าตนเองได้ตกหลุมรักพ่อมดฮาวล์เข้าแล้ว

 

เธอพูดคุยเรื่องนี้กับน้องสาวเธอ เพราะน้องสาวเธอเป็นห่วงที่อยู่ดี ๆ โซฟีอยู่กับพ่อมด น้องสาวเธอบอกว่า “ถ้านั่นเป็นพ่อมดฮาวล์ เขาคงกินมันเลย” โซฟีตอบน้องสาวว่า “ไม่หรอก เขาชอบแต่คนสวย” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโซฟีไม่มีความมั่นใจในตนเอง คาแรคเตอร์ของโซฟีในช่วงเริ่มเรื่องนั้นจะเป็นหญิงสาวที่มีชีวิตประจำวันแบบเดิมซ้ำ ๆ เธอไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานอย่างวัยรุ่นคนอื่น ๆ และตัวเธอเองก็ไม่มีความมั่นใจในตัวเองด้วย

 

 

แต่น่าแปลกหลังจากที่เธอโดนสาปให้เป็นหญิงชรา แทนที่เธอจะเสียศูนย์และทำอะไรต่อไม่ได้แต่กลับกลายเป็นว่าเธอช่วยตัวเองด้วยการที่คิดบวกและคิดว่าเธอแก่ก็จริง แต่เธอยังมีแขนและสองขาที่แข็งแรงที่สามารถเดินได้ หลังจากนั้นเธอจึงออกจากบ้านแล้วเริ่มต้นเดินทางด้วยตนเอง ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธออาจไม่ทำแน่ ๆ เธอใช้ชีวิตผจญภัยในแบบไม่มีใครสามารถคาดคิดได้ จนบางครั้งก็ทำให้เราคิดว่าที่ผ่านมาเราใช้ชีวิตโดยยึดหลักกับอะไรมากเกินไปหรือเปล่า เราได้ชีวิตในแบบที่เราชอบแล้วหรือยัง เราควรกล้าที่จะเดินออกจากเซฟโซนของตนเองแล้วทำสิ่งต่าง ๆ ตามที่ต้องการโดยพกความกล้าหาญและความมั่นใจไปด้วย แม้หนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยเรื่องที่ไม่คาดคิด แค่นั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้เติบโตและเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตแบบโลกใบนี้ ในท้ายที่สุดโซฟีก็มีความมั่นใจ เธอทำในสิ่งที่ต้องการและรู้สึกและในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากคำสาป

 

 

อีกอย่างที่ประทับใจคือคาแรคเตอร์ของพ่อมดฮาวล์ เพราะมีเสน่ห์ อ่อนไหว ดูเจ้าชู้ ที่สำคัญเป็นคนไม่รักความสะอาด สังเกตได้จากปราสาทที่รกมาก ๆ พ่อมดฮาวล์เป็นพระเอกที่ไม่ได้มีนิสัยที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งส่วนใหญ่พระเอกในหนัง ซีรีย์ หรืออนิเมะ จะเข้มแข็งและพึ่งได้ แต่พ่อมดฮาวล์นั้นแตกต่างออกไป คาแรคเตอร์ของฮาวล์จะโชว์มุมที่อ่อนแอ สับสนในตนเองและเกรี้ยวกราด (นิดหน่อย) ซึ่งทำให้คาแรคเตอร์มีเสน่ห์และเข้าถึงง่าย ในส่วนตอนจบเป็นตอนจบที่แฮปปี้ ตัวละครทุกตัวได้ข้ามผ่านปัญหาและปมของตนเอง เรียนรู้ที่จะให้อภัยและรักตัวเองมากขึ้น

 

 

อย่างที่รู้ว่า Howl’s Moving Castle (2004) ดัดแปลงมาจากนิยาย ซึ่งในนิยายต้นฉบับจะมีภาคต่อของเรื่องนี้อยู่คือ Castle in the air ภาค 2 และ House of Many Ways ภาค 3 โดยภาคต่อทั้งสองเล่มจะเป็นหนังสือในชุดเดียวกันกับ Howl’s Moving Castle แต่จะมีเรื่องเป็นของตนเองและไม่ได้ต่อจาก Howl’s Moving Castle หากใครสนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้

 

 

สรุป

รีวิว Howl's Moving Castle

Howl’s Moving Castle (2004) เป็นอนิเมะที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจและทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับการผจญภัยของตัวละคร เป็นอนิเมะที่ดูแล้วไม่เบื่อเลยตลอดสองชั่วโมง สามารถดูได้ใน Netflix และหากได้ดู Howl’s Moving Castle (2004) นอกจากจะตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวแฟนตาซีแล้ว อาจยังช่วยให้เราสามารถตกตะกอนอะไรดี ๆ ที่เราอาจคิดไม่ถึงหรือมองไม่เห็นมาก่อนก็ได้ค่ะ อนิเมะ

 

สำหรับผู้เขียนให้คะแนนกับเรื่องนี้ไป 10 เต็ม 10 ไปเลยค่า ผู้เขียนชอบการเขียนเนื้อหาที่แฝงข้อคิดได้อย่างแนบเนียน แล้วเกิดความเพลิดเพลินกับคนดู ซึ่งเรื่องนี้ประเด็นหลัก ๆ จะเน้นไปทางด้านเกี่ยวกับการเรียนรู้และยอมรับสภาพของตัวตนของเรา โดยเราจะเห็นได้ว่าหญิงสาวก่อนจะถูกสาปนั้นเธอใช้ชีวิตแบบคนแก่ที่มีความรับผิดชอบ จนลืมความสนุกสนานไปในชีวิต

 

 

พอหลังจากถูกสาปกลายเป็นคนแก่ เธอถึงได้ผจญภัยแบบที่คิดว่าจะไม่ทำ เริ่มมีความรักหนุ่มสาว ได้มีเพื่อนร่วมผจญภัย มันจะสื่อให้เห็นว่าความแก่หรือความเยาว์มันอยู่ที่ความรู้สึกและการกระทำ ไม่ใช่จำนวนอายุหรือรูปลักษณ์ภายนอก ดังนั้นควรใช้ชีวิตให้สนุกสนานและมีความมั่นใจในตัวเอง พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี แล้วจะมีความสุขนั่นเอง ส่วนเรื่องภาพของเธอถือว่าทำออกมาได้ดีไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ เลย โดยรวมแล้ว อยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองไปดูกันค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น