รีวิว Minions The Rise of Gru

 

 

 

Minions: The Rise of Gru

ประเภท : แอนิเมชั่น / ตลก / ผจญภัย

ให้เสียงพากย์โดย : สตีฟ คาร์เรล, ปิแอร์ กอฟแฟง, ทาราจิ พี. เฮนสัน

กำกับโดย : ไคลย์ บาลดา, แบรด อเบิลสัน, โจนาธาน เดล วาล

เข้าฉาย : 7 กรกฎาคม 2022

หลังจากที่พวกมินเนี่ยนออกตามหาบรรดาวายร้ายสุดโฉดมาทุกยุคทุกสมัย ปั่นป่วนจนมาเจอกับหนูน้อย กรู เด็กหนุ่มน้อยที่วาดฝันจะกลายเป็นวายร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมด้วยบรรดาลูกสมุนตัวสีเหลืองที่เหมือนจะช่วย แต่ดันป่วนมากกว่า คราวนี้กรูได้เดินทางไปยังสถานที่เป็นเหมือนสภาของบรรดาวายร้ายที่ชื่อ Vicious 6 เพื่อต้องการเป็นวายร้ายเต็มตัว แต่ด้วยความที่เขายังเป็นเด็ก ทำให้บรรดาวายร้ายไม่ยอมรับ เขาจึงต้องหาวิธที่จะได้วายร้ายระดับโลกตั้งแต่อายุยังน้อย อนิเมะตลก

 

รีวิว Minions The Rise of Gru

 

นับจากปรากฎตัวใน ‘Despicable Me’ เมื่อ 12 ปีก่อน ตัวมินเนียนกลม ๆ เหลือง ๆ ใส่เอี๊ยมยีนส์ก็กลายเป็นคาแรกเตอร์สุดฮิตที่นอกจากจะเป็นการตอกเสาเข็มทำให้ อิลลูมิเนชัน เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (Illumination Entertainment) กลายเป็นฐานทัพผลิตแอนิเมชันฮิตป้อนยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ (Universal Studio) อย่างต่อเนื่อง และปีนี้เหล่าพลพรรคมินเนียนเหลืองกลมก็ได้ฤกษ์กลับมาป่วนกวนฮาเรียกคะแนนจากเหล่าแฟนคลับกันอีกครั้ง

รีวิวการ์ตูน

 

มาในภาคนี้ ทางสตูดิโอผู้สร้างอย่าง Illumination Entertainment ได้ผู้กำกับมาเป็นแพ็คถึง 3 คนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ไคล์ บัลดา (จาก Minions), แบรด อเบลสัน (จากหนังสั่น Yellow Light) และ โจนาธาน เดล วัล (จาก The Secret Life of Pets 2) กลายเป็น 3 สไตล์ที่ลงตัวแบบบอกไม่ถูก

 

ในตัวเนื้อเรื่องของ Minions: The Rise of Gru ยังคงเน้นไปที่ความวายป่วง ความซุกชนของสมนุตัวน้อยอย่างแก๊งมินเนี่ยนทั้ง 3 อย่าง เควิน สตวร์ท และบ็อบ เหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือเราจะได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละครมากขึ้น ที่มาที่ไปกว่าที่เหล่ามินเนี่ยนจะมาเป็นลูกสมุนของจอมวายร้ายใน มิสเตอร์แสบร้ายเกินพิกัด (Despicable Me)

 

เรื่องย่อ Minions: The Rise of Gru (2022)

 

ในภาคนี้ จะย้อนกลับไปยุค 70’s  ที่ซานฟรานซิสโก

ยุคผมอาฟโฟ่ว ดิสโก้ กางเกงขาบาน สีสันจี๊ดจาด  ในตอนที่กรู ยังคงเป็นเด็กชายวัย 11 ขวบครึ่ง

ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็น จอมวายร้าย  (พากย์โดยคนเดิมมาตลอด แต่ทำเสียงสูงขึ้น สตีฟ คาเรล ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์) พาย้อนดูการเจอกันครั้งแรกระหว่าง มินเนียน กับ กรู พวกเขาเจอกันได้ยังไง? จนกลายมาเป็นสายสัมพันธ์ ยิ่งกว่าครอบครัว

 

ซึ่งเป็นเรื่องราวเริ่มต้นที่แก๊งวายร้ายสุดโด่งดัง นามว่าหกโฉด  กำลังรับสมัครสมาชิกใหม่และกรูได้รับโอกาสในการสัมภาษณ์ เพื่อเข้าร่วมทีม แต่หกโฉด ดันไม่ได้ประทับใจ เด็กชายกรู จึงหาทางแก้เผ็ด ด้วยการ ขโมย หินจักรราศรี ของล้ำค่าที่เหล่าหกโฉดเพิ่งไปแย่งชิงมา

เรื่องราววุ่นๆ อารมณ์ขันตลก ร้ายเดียงสา ของกรูและเหล่ามินเนียนจึงบังเกิด

 

 

 

รีวิว Minions The Rise of Gru เนื้อเรื่อง

รีวิว Minions The Rise of Gru

 

โดยเรื่องราวใน ‘Minions The Rise of Gru’ จะเน้นไปที่เหตุการณ์เมื่อเหล่ามินเนียนได้มาอยู่กับ กรู เด็กประธมที่ใฝ่ฝันอยากเป็นวายร้ายระดับโลก ซึ่งสำหรับวงการอาชญากรแล้วไม่มีกลุ่มก้อนไหนจะโฉดชั่วสุดเซี้ยวเท่ากลุ่มวิเชียสซิกส์ 6 อาชญากรสุดโฉด ที่นำโดย เบลล์ บอตทอม หลังจากการออดิชันจบลงด้วยคำดูถูก กรู จึงแก้เผ็ดด้วยการขโมยสร้อยเหรียญนักกษัตรมหากาฬที่กุมอำนาจครองโลก แต่ไม่วายกรูดั๊นถูกลักพาตัวจนเหล่ามินเนี่ยนต้องรวมพลังจุ้มปุ๊กหาทางช่วยเจ้านายน้อยของพวกเขาก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

 

หากตัดเกรดหนังที่โจทย์ของมัน ‘Minions The Rise of Gru’ แทบไม่มีจุดให้หักคะแนนเลย อ่ะคนดูอยากดูมินเนียนใช่มั้ย 80% ของหนังภาพที่กระทบเรตินาของเราก็มีแต่เหลือง ๆ ฟ้า ๆ เต็มไปหมด แถมมันยังเล่นมุกกาว ๆ ฮา ๆ กวน ๆ ชวนขยับเหงือกเต็มไปหมด มิหนำซ้ำมันยังสัมทับด้วยการนำเสนอไลฟ์สไตล์ยุค 70s ที่เวิร์กมาก ๆ ทั้งร้านขายแผ่นเสียง เพลงฟังก์ หนังสุดฮิตอย่าง ‘Jaws’ และแฟชันที่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ให้เราได้ตื่นตาอยู่เรื่อย ๆ รวมถึงมุกล้อหนังดังที่บางมุกก็อาจลึกเกินเด็ก ๆ จะเข้าใจไปหน่อย

 

ดูอนิเมะ

 

 

โดยสาระสำคัญของบทหนังไม่มีอะไรมากไปกว่าการบอกให้คนดูตระหนักได้ว่าหลายครั้งความสำเร็จที่แท้จริงก็มาจากทีมเวิร์ก และยังแอบใส่บทเรียนเรื่องความไว้ใจที่หลายครั้งก็ย้อนกลับมาทิ่มแทงเราได้อย่างเจ็บแสบเหมือนเรื่องราวตอนต้นเรื่อง ซึ่งตรงนี้หากคุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยมาดูก็ถือว่าหนังเป็นตัวช่วยในการสอนเรื่องความฉลาดในการจัดการความสัมพันธ์ได้ดีประมาณนึงเลยทีเดียว

 

อีกจุดที่ถือเป็นไฮไลต์ของหนังคือการปรากฎตัวของตัวละคร อาจารย์โจว ที่มิเชล โหยว (Michelle Yeoh) ฝากเสียงพากย์ปรมาจารย์กังฟูในคราบหมอฝังเข็มได้อย่างน่าจดจำ แม้ว่าเวลาบนจออาจเทียบได้แค่ดารารับเชิญแต่เป็นหัวใจหลักส่งผลต่อบทสรุปไม่น้อย และเสียงของโหยวก็ทำให้ภาพของอาซิ่มตัวท้วมเต็มไปด้วยพิษสงและชวนให้นึกถึงหนังฮ่องกงสมัยเธอเป็นนางเอกไม่น้อยเลยทีเดียว

 

 

สำหรับเสียงพากย์ของสตีฟ คาเรลล์ (Steve Carell) ก็นับว่ามหัศจรรย์มากเพราะคาเรลล์บีบเสียงให้กรูกลายเป็นเวอร์ชันหนุ่มน้อยได้อย่างน่าเชื่อถือ ส่วนอีกคนที่น่าชื่นชมได้แก่ ทาราจี พี เฮนสัน (Taraji P. Henson) ก็มาให้เสียงพากย์เป็นเบลล์ บอตทอม หรือ ในซับไตเติลภาษาไทยสุดฮาแปลเป็น ขาบานสะท้านซอย ก็ให้เสียงพากย์ที่ดูไดนามิกแอบเซ็กซี่เล็ก ๆ สร้างสีสันได้ไม่น้อยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญ ฌอง คล็อด แวน แดม (Jean-Claude Van Damme) มาพากย์เป็นตัวร้ายก้ามปูนาม ฌอง คลอว์ และ ดอล์ฟ ลุนด์เกรน (Dolph Lundgren) ในพากย์เป็น สเวนเจนซ์ แต่บอกตามตรงบทพากย์น้อยมากจนฟังไม่ออกเลย (ฮ่าาาา)

 

นอกจากงานภาพแล้วอีกจุดที่ต้องชื่นชมคืองานออกแบบเสียงและสกอร์ของหนังที่โอบอุ้มและเชิดชูความเป็นหนังตลกกึ่งแอ็กชันของมันได้ตลอดลอดฝั่ง แม้หลายครั้งจะอดคิดถึงอนิเมชันค่ายคู่แข่งอย่าง ‘Kung Fu Panda’ ไม่ได้ก็ตามแต่การออกแบบเสียงที่สอดประสานกับงานภาพก็ทำให้เห็นเลยว่ามันเป็นงานละเอียดที่ช่วยให้หนังทั้งน่าตื่นตาตื่นใจและชวนให้เราฮาอย่างออกรสออกชาติเลยทีเดียว

 

ความรู้สึกหลังดู

รีวิว Minions The Rise of Gru

 

ส่วนตัวแล้วคิดว่าหากใครไม่ได้ดูภาคก่อนหน้ามาก็ต้องกลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่อง เพราะก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนัก ภาคนี้เหมือนเป็นหนังที่จบในตัว แต่สำหรับใครที่ตามดูมา มันก็เป็นเรื่องราวจุดกำเนิดของกรูและเป็นปฐมบทของ Despicable Me ที่เล่าถึงที่มาที่ไปของ กรู ถึงแรงผลักอะไรและใครที่ทำให้เขากลายเป็นตัวตนเข้าสู่วายร้ายแบบเต็มตัวอย่างที่เขาเป็น อีกทั้งมันก็น่าจะเป็นหนังที่หวนคิดถึงสู่ Despicable Me อย่างดี ความตลกบ้า ๆ บ๊อง ๆ ยังคงเป็นเสน่ห์ของหนัง สนุกเพลิดเพลิน ความไม่จริงจังของมันและเหล่ามินเนี่ยนที่แย่งซีนทุก ๆ ครั้งของการปรากฎตัวในหนังก็ทำให้เราพอเอ็นจอยไปกับมันได้ดี

 

 

จุดเด่น

อยากดูมินเนียน คือได้ดูมินเนียนออกมาป่วน ออกมาฮา เต็มสตรีมแน่นอน

หนังทำออกมาเน้นฮา ใครอยากคลายเครียด นี่คือหนังที่ตอบโจทย์มาก ๆ

กิมมิกยุค 70 ทำได้โดดเด่น ดูดีมีราคา และเสริมส่งกับเรื่องราวได้ดี

เว็บดูอนิเมะ

 

จุดสังเกต

โดยรวมไม่ได้มีอะไรใหม่ และใครต้องการข้อคิดดี ๆ หรือ ความลึกระดับปรัชญา นี่ไม่ใช่หนังของคุณ

การเอาดาราแอ็กชันมาพากย์ แต่ให้บทพากย์นิดเดียวดูจะไม่ค่อยคุ้มค่าหรือเกิดผลอะไรกับตัวหนังเท่าไหร่

มุกป็อบคัลเจอร์บางมุกก็ลึกเกินไปสำหรับเด็ก

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น