รีวิว Pokemon Mewtwo Strikes Back Evolution

 

ถ้าพูดถึงโปเกมอน ใคร ๆ ก็ต้องรู้จักที่มีทั้งเกมและอนิเมะรวมถึงภาพยนตร์อนิเมชัน เป็นอนิเมะที่อยู่มาอย่างยาวนาน และมีหลายภาคมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมหรืออนิเมะ แต่วันนี้จะเอาภาค ความแค้นของมิวทู อีโวลูชัน มารีวิวและเรื่องย่อ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะครับภาคมิว อาจจะมีหลายภาคหลายแบบ โดยส่วนใหญ่โปเกมอนภาคส่วนใหญ่จะนำเอาโปเกมอน เทพทั้งหลายมาเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องซะมากกว่า แถมภาคที่จะเอามารีวิวในวันนี้ขอบอกก่อนเลยว่า ภาพสวยมาก ๆ แค่ได้มาดูภาพภาคนี้ก็คุ้มแล้วบอกเลย

 

 

 

เรื่องราวใน Pokémon: Mewtwo Strikes Back Evolution เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ซาโตชิ (ริกะ มัตสึโมโตะ) และผองเพื่อนได้รับบัตรเชิญจาก มิวทู (มาซาชิกะ อิชิมูระ) โปเกมอนที่ถูกสร้างขึ้นจากดีเอ็นเอของ มิว โปเกมอนมายา ให้เดินทางไปยังงานเลี้ยงฉลองที่เขาจัดขึ้น อันเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่จะนำพาเขาไปเผชิญหน้ากับโปเกมอนที่แข็งแกร่งที่สุด

 

อนิเมะ

 

เนื้อเรื่องในภาคนี้ยังคงอ้างอิงจากต้นฉบับเดิมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมถึงซีนต่างๆ ที่ผู้กำกับและทีมงานเอาใจเหล่าแฟนพันธุ์แท้ ด้วยการออกแบบให้เหมือนกับต้นฉบับแบบช็อตต่อช็อต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของทีมงาน ที่แม้จะพยายามนำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาในรูปแบบใหม่ แต่พวกเขาก็ยังรักษากลิ่นอายที่เป็นเสน่ห์ของต้นแบบเอาไว้ได้ครบถ้วน

 

Pokémon: Mewtwo Strikes Back Evolution นับว่าเป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 22 จากการ์ตูนแอนิเมชันชื่อดังอย่าง Pokémon Pocket Monsters และเป็นโปรเจกต์ยักษ์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ได้มากที่สุด เพราะนี่คือการรีเมกจาก Pokémon: Mewtwo Strikes Back ภาพยนตร์โปเกมอนเรื่องแรกในปี 1998 ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในรูปแบบแอนิเมชันสามมิติ

 

 

 

โดยยังคงได้ คุนิฮิโกะ ยูยามะ มารับหน้าที่เป็นผู้กำกับเช่นเดิม หลังจากเป็นผู้ปลุกปั้น Pokemon the Movie มาตลอด 22 ปี เพื่อพาคนดูย้อนกลับไปยังวันแรกที่เห็นเหล่าโปเกมอนปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์ พร้อมกับภาพกราฟิกที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก

 

ตำนานภาพยนตร์เรื่องแรกของ Pokemon The First Movie : Mewtwo Strikes Back ได้ฉายไปในปี 1998 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับฉากตราตรึงสุดประทับในความทรงจำของเด็ก ๆ ในยุคนั้น  ณ ตอนนี้ภาพยนตร์เริ่องนี้ได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์ซีจี 3 มิติในชื่อเรื่อง Pokemon Mewtwo Strikes Back Evolution ลง Netflix เนื้อเรื่อง และภาพจะเป็นอย่างไรกัน เราลองมาดูกันดีกว่า

 

รีวิว] Pokémon: Mewtwo Strikes Back - Evolution: จิตวิญญาณเดิม เพิ่มเติมคือ 3D - #beartai

 

รีวิว Pokemon Mewtwo Strikes Back Evolution เนื้อเรื่อง

เรื่องราวของโปเกม่อนในภาคนี้เริ่มต้นที่นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ค้นพบฟอสซิลที่มี DNA ของมิว ซึ่งเป็นโปเกม่อนมายาที่มีพลังที่เหลือล้น จึงทำการเก็บตัวอย่างไปทำการวิจัยและได้สร้างโคลนของมิวขึ้นมา ชื่อของโปเกม่อนตัวนั้นก็คือ “มิวทู” พวกเขาประสบความสำเร็จในการสร้างมิวทู แต่ว่ามิวทูที่เกิดมาพร้อมกับพลังมหาศาลจนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ห้องวิจัยได้ถูกทำลายไปจนหมด ซาคากิหัวหน้าแก๊งร็อคเก็ตได้เสนอมิวทูให้มาอยู่กับตนแลกกับการสร้างอุปกรณ์ควบคุมพลังได้ แต่ว่าซาคากิหักหลังมิวทูไป ทำให้มิวทูโกรธแค้น หนีไปสร้างปราสาทของตนขึ้นมาเพื่อเหตุผลบางอย่าง และกลุ่มซาโตชิก็ได้รับคำเชิญจากมิวทูให้มาปราสาทของตน

อนิเมะออนไลน์ 

 

เนื้อเรื่องจะโฟกัสไปที่เรื่องราวต้นกำเนิดของมิวทู โปเกมอนกรรมพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยฝีมือของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนึง เพื่อหวังจะสร้างสุดยอดสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมา แต่มิวทูกลับไม่ยอมเชื่อฟังมนุษย์เลย แถมยังถูกพวกแก๊งร็อกเก็ตโน้มน้าวให้ไปทำเรื่องที่ชั่วร้ายอีก จนทำให้มันระเบิดพลังจิตออกมาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกี่ยวข้อง และหนีหายสาบสูญไปในที่สุด เวลาต่อมา พวกซาโตชิได้รับจดหมายคำเชิญให้ไปร่วมงานปาร์ตี้ที่เกาะลึกลับแห่งนึง ในฐานะสุดยอดเทรนเนอร์ที่ได้รับการคัดเลือก แต่เมื่อไปถึงพวกเขาก็ค้นพบความจริงว่า คนที่เชิญชวนพวกเขามาก็คือมิวทูนั่นเอง และดูเหมือนว่ามิวทูมีแผนที่จะจับตัวโปเกมอนของพวกซาโตชิไปอีกด้วย มันกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?

 

 

 

สำหรับงานสร้างแอนิเมชันสามมิติ ก็ถูกสร้างสรรค์ออกมาอย่างประณีต ไม่ว่าจะเป็นการปั้นโมเดลโปเกมอนที่ถอดแบบมาจากการ์ตูนต้นฉบับ และเสริมด้วยรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ผิวหนังของลิซาร์ดอน ที่มีเกล็ดตามร่างกาย หรือเส้นขนของปิกาจู ที่ให้ความรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มน่ากอด

 

Netflix เตรียมฉาย “Pokemon: Mewtwo Strikes Back – Evolution” ในรูปแบบ CG พร้อมกันทั่วโลก 27 กุมภาพันธ์นี้ (ชมคลิป) – Flashfly Dot Net

 

ไปจนถึงการสร้างบรรยากาศภายในเรื่องที่ทำได้อย่างสวยงาม ทั้งแสงเงาที่กระทบร่างกายและสิ่งของ รายละเอียดของเสื้อผ้าหน้าผมของตัวละคร และฉากแอ็กชันสุดตระการตา โดยเฉพาะการใช้พลังของมิวทู ที่พอถูกนำมาถ่ายทอดผ่านแอนิเมชันสามมิติ แล้วยิ่งทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโปเกมอนมายาตัวนี้ชัดเจนขึ้น

 

 

ถ้าให้นิยามกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมคงจะให้ว่าเป็นการรีมาสเตอร์จากเวอร์ชั่นอนิเมะปี 1998 ชัด ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่อง มุมกล้องในแต่ละฉาก เหมือนได้ย้อนกลับไปสมัยเด็กที่ได้ดูเรื่องนี้ใหม่ ๆ เลย แต่ว่าน่าเสียดายที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีการเล่าเนื้อเรื่องเพิ่มเติมจากเวอร์ชั่นแรกเลย เวอร์ชั่นโปเกม่อนจะมีสองแบบคือ ญี่ปุ่น และ อเมริกา ซึ่ง Netflix เอาเวอร์ชั่นอเมริกาเข้ามาทำให้เพลงเปิดเป็น Gotta Catch them all ซึ่งมันก็ต่างกันแค่เพลงและปิด แต่ยังคงเสียดายที่ Netflix ทำซับเรื่องนี้ออกมาไม่ค่อยดี ทั้งในซับออกมาเร็วไป หายเร็วไป ในบางฉากทำให้หลาย ๆ คนงงว่าตกลงบทพูดนี้มันตรงกับซับอันไหน

ดูอนิเมะ

ด้านเนื้อเรื่องปัดตกไปแบบไม่มีข้อกังขาใด ๆ เพราะเนื้อหาในเรื่องนี้ไม่ค่อยดีมาก ถึงค่อนข้างแย่ แต่เพราะดูในวัยเด็กเลยทำให้เราอินไปกับมัน แต่พอโตมาแล้วมาดูซ้ำ กลับพบว่าทั้งเรื่องมันขาดสีสันและในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ไม่สามารถบอกความเป็นมา หรือตายร้ายดีของตัวละครบางตัวได้ และดราม่าที่มีฉากซีนเดียวที่ไม่มีการปูใด ๆ ที่ทำให้อินสุดไปกับมันไม่ได้

 

ด้านภาพ คงต้องยกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำดีในเรื่องซีจีและสภาพแวดล้อมของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งในเรื่องคลื่นน้ำที่มีความสมจริงและก้อนเมฆ การทำฉากแอนิเมชั่นที่ลื่นไหล สีหน้าและท่าทางตัวละครมีชีวิตชีวา แต่ฉากต่อสู้ที่สนุกน้อยมากเมื่อเทียบกับซีรีส์แอนิเมชั่นถ้าเทียบกับปัจจุบัน ผมคิดว่าเรื่องนี้จุดที่สุดคงเป็นเรื่องนี้แล้ว  โปเกม่อนมีความน่ารักมาก โดยเฉพาะไคริวกับมิว ไคริวตุ้ยนุ้ยบินส่งจดหมาย และมิวที่น่ารักมากกกกกก จึงยกเป็นด้านภาพเด่นที่สุด

รีวิว] Pokémon: Mewtwo Strikes Back - Evolution: จิตวิญญาณเดิม เพิ่มเติมคือ 3D - #beartai

 

ด้านการพากย์ เสียงพากย์มีทั้งภาษาไทย, อังกฤษ, ญี่ปุ่น โดยผมจะพูดแค่เสียงไทยก่อน หลายคนอาจจะสงสัยว่าพากย์ไทยนั้นมีลักษณะเสียงเป็นอย่างไรบ้าง โดยเสียงพากย์ไทยที่ฟังนั้นเป็นเสียงที่มาจากช่องทรูครับ โทนเสียงของซาโตชิจะเป็นโทนเสียงที่ดูเด็กขึ้น และมีการใช้นักพากย์ พากย์ซ้ำกันบ้าง ถ้าไม่ติดใจอะไรก็ถือว่างานนี้เป็นงานพากย์ที่มีมาตรฐานพอตัว ส่วนในเรื่องของพากย์ญี่ปุ่นก็ดีตามปกติอยู่แล้ว ถ้าใครชอบพากย์ต้นฉบับก็แนะนำให้ดูพากย์ญี่ปุ่นดีกว่าครับ

 

ส่วนตัวหนัง แม้ว่าเนื้อเรื่องโดยรวมแทบจะไม่ต่างกับฉบับดั้งเดิมเลยก็ตาม แต่พอได้ดูอีกรอบนึง กลับรู้สึกประทับใจยิ่งกว่าฉบับดั้งเดิมเสียอีก นอกจากจะมีการยกระดับการนำเสนอด้วยภาพอนิเมชั่นสามมิติสุดตระการตาแล้ว อะไรหลายๆ อย่างก็ยกระดับตามขึ้นมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบที่ไพเราะและเข้ากับสถานการณ์สุดๆ หรือการใช้เสียงพากย์ภาษาไทยที่เพื่อนๆ คุ้นเคยกันดี แถมยังมีเพลงเปิดและเพลงปิดเวอร์ชั่นภาษาไทยสุดเอ็กซ์คลูซิฟอีกด้วย บอกเลยว่าประทับใจตรงนี้สุดๆ เพราะมันคือสิ่งที่หนังฉบับดั้งเดิมไม่เคยมีมาก่อนนั่นเองครับผม

 

 

โดยรวมแล้ว เป็นหนังที่แฟนๆ โปเกมอนห้ามพลาดเด็ดขาด ใครเป็นแฟนคลับมิวทูยิ่งไม่ควรพลาดใหญ่ ส่วนใครที่ไม่เคยดูมาก่อน ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่อง เพราะเนื้อเรื่องในมูฟวี่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับฉบับอนิเมะปกติเลย ดูยังไงก็รู้เรื่องแน่นอน แถมยังได้เห็นพิคาชูในรูปแบบสามมิติน่ารักๆ อีกด้วยนะ จะปล่อยให้พลาดได้ยังไง รีบตามไปดูได้ใน Pokemon the Movie: ความแค้นของมิวทู EVOLUTION บน Netflix เปิดให้ชมแล้ววันนี้บน Netflix

 

ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ปรับปรุงมาจากอนิเมะเวอร์ชั่นเก่า ถือว่าทำดีมาก ๆ เพราะแทบจะเหมือนต้นฉบับเลย ทำให้มีหลายฉากมีความทรงจำในวัยเด็กไหลออกมาเลย และภาพก็สวยมากถ้าเทียบกับเรื่องอื่น ๆ ต้องชมเรื่องงานภาพของจริงเลยครับ และชอบความน่ารักของเหล่าโปเกม่อนในเวอร์ชั่นนี้มาก ๆ

 

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของเหล่าผู้ที่เติบโตมากับเกมและการ์ตูนยุค 80-90 โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เริ่มนำการ์ตูนและเกมยอดนิยมมาสร้างเป็นภาพยนตร์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเหล่าโปเกมอนเทรนเนอร์ที่เพิ่งได้สัมผัสกับกับ ปิกาจู ที่เปลี่ยนจากตัวการ์ตูนสองมิติ ให้กลายเป็นเจ้าโปเกมอนน่ากอดแบบสามมิติในภาพยนตร์เรื่อง Pokémon Detective Pikachu (2019)

 

 

นอกจากจะขยายจักรวาลใหม่ เหล่าโปเกมอนเทรนเนอร์ก็จะได้ร่วมย้อนเวลากลับไปรับชมความยิ่งใหญ่ของสองโปเกมอนในตำนานมิวและมิวทู จากภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Pokémon: Mewtwo Strikes Back Evolution ที่เข้าฉายเมื่อกลางปี 2019 และเพิ่งปล่อยให้ทุกคนได้รับชมพร้อมกันผ่าน Netflix

 

ดูอนิเมะออนไลน์ 

สรุป

 

เด็กยุค 90’S ดูเรื่องนี้แล้วจะคิดถึงวัยเด็กเลยในทันที รูปแบบ องค์ประกอบ และเนื้อเรื่องตรงตามต้นฉบับเกือบเปะ และโปเกม่อนทุกตัวน่ารักมาก แฟนแอนิเมชั่นโปเกม่อนต้องลองดู

 

จุดเด่น

ภาพ CG สวยล้ำหน้ากว่าหลายเรื่องในญี่ปุ่น

โปเกม่อนน่ารักมากกก

 

 

จุดด้อย

เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมาก

ลอกตามต้นฉบับมา แทบไม่มีการใส่เนื้อเรื่องเสริมเข้ามาเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น