รีวิว – TURNING RED

ประเภท: แอนิเมชั่น / ตลก / แฟนตาซี / ครอบครัว

ผู้กำกับ: โดมี ชี

ให้เสียงพากย์โดย: โรซาลี เจียง, แซนดรา โอ, โอริออน ลี

ความยาว: 100 นาที

กำหนดฉายในไทย: 11 มีนาคม 2022 (ที่ ดิสนีย์พลัส)

 

รีวิว อนิเมชั่น TURNING RED อนิเมชั่นสุดน่ารักจากค่ายพิซซ่าที่สามารถถ่ายทอดครอบครัวเอเชียออกมาได้อย่างลุ่มลึก

รีวิว - TURNING RED

 

 

ถ้าพูดถึงครอบครัวเอเชียเราจะนึกถึงอะไร หลายคนนึกถึงครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตารับประทานอาหารร่วมกันอย่างอบอุ่น ในขณะที่บางคนมองว่าเป็นครอบครัวที่กดดันเรื่องการเรียนอย่างหนักหน่วงถึงขั้นที่ลูกหลานจะต้องทำทุกอย่างให้ดีทุกด้านออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ความเป็นครอบครัวเอเชียนั้นชาวไทยอย่างเรารู้ดีว่ามันประกอบไปด้วยอะไรบ้าง พอเราได้รับชมเรื่องราวที่ถ่ายทอดประเด็นเกี่ยวกับครอบครัวเอเชียออกมามันจึงทำให้เรารู้สึกอินได้ไม่ยาก อย่างเช่นอนิเมชั่นที่เราจะพาทุกคนมาแนะนำกันในวันนี้นั่นก็คือ TURNING RED อนิเมชั่นจากค่ายพิกซาร์ที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากที่ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ สำหรับใครที่อยากรับชมต้องดาวน์โหลด DISNEY+ มารับชมเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้น

รีวิวการ์ตูน

มันเป็นอนิเมชั่นที่มีความน่ารักสดใสสมกับชื่อเป็นอย่างมาก เป็นการสะท้อนเรื่องราวครอบครัวชาวเอเชียผสมผสานกับความแฟนตาซี อัดแน่นมาด้วยมุกตลก และประเด็นเกี่ยวกับการก้าวข้ามผ่านช่วงวัยหรือ COMING OF AGE ผลงานอนิเมชั่นเรื่องยาวของผู้กำกับสามารถฝีมือโดมี่ เฉือเป็นครั้งแรกหลังจากที่อนิเมชั่นเรื่องสั้นอย่าง BAO ความยาวเพียงแค่ 8 นาทีสามารถคว้ารางวัลออสการ์ได้สำเร็จ

 

สำหรับเวอร์ชั่นพากย์ไทยได้ไอดอลสาวมากฝีมือที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้อย่างอ๊ะอาย 4EVE มาพากย์เสียงตัวละครหลักอีกด้วย หรือสำหรับใครที่อยากจะรับชมเสียงต้นฉบับก็สามารถรับชมแบบ SUBTITLE ได้เช่นเดียวกัน เป็นอนิเมชั่นที่เราอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้ลองรับชม รับรองว่ามันจะสามารถมอบความสนุกสนานและความซาบซึ้งให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

 

อนิเมชั่นสีสันสดใสของพิกซาร์ที่การเล่าเรื่องและภาพรวมอาจจะธรรมดา ไม่ได้ดีว้าวใหม่ขนาดนั้น แต่ประเด็นครอบครัว มิตรภาพ และตัวตน การนำเสนอวัฒนธรรมจีนและความร่วมสมัยใน 2002 ที่ทำออกมาได้อย่างเพลิดเพลินและทรงพลัง เสียงพากย์ที่ยอดเยี่ยม รวมไปถึงดนตรีประกอบที่กระหึ่มและมีสไตล์ งานภาพที่มีเอกลักษณ์แปลกตาและไร้พิษภัย ทำให้มันน่าเสียดายที่ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์

 

Turning Red (เขินแรงแดงเป็นแพนด้า) ภาพยนตร์อนิเมชั่น 3 มิติแนวแฟนตาซีตลกและข้ามผ่านวัย (Fantasy and Coming of Age) กำกับโดย Domee Shi งานอนิเมชั่นเรื่องยาวของเธอครั้งแรกหลังคว้าออสการ์จากอนิเมชั่นสั้น 8 นาที Bao สู่เรื่องราวของความเจริญวัยของเด็กสาวกับความวุ่นวาย และเช่นเดียวกับ Luca ภาพยนตร์เรื่องนี้ย้ายจากโรงลงสู่ดิสนีย์พลัส ได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกอย่างล้นหลาม พร้อมเสียงพากย์จาก อ๊ะอาย กรณิศ หรือ อ๊ะอาย 4EVE

 

 

 

เรื่องย่อ รีวิว TURNING RED

รีวิว - TURNING RED

TURNING RED เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่เล่าถึงเรื่องราวของเด็กสาวอายุ 13 ปีที่มีชื่อว่าเหมยหลิน เธอนั้นเป็นเหมือนเด็กสาวธรรมดาทั่วไปที่เติบโตมาในครอบครัวคนจีน โดยครอบครัวของเธอนั้นต้องรับผิดชอบดูแลศาลเจ้าจีนประจำตระกูลที่อยู่ในเมืองโตรอนโตของประเทศแคนาดา เธอนั้นเติบโตมาในครอบครัวชาวจีนแบบ TRADITIONAL สุดๆ ผู้เป็นแม่ของเธออย่างหมิงพยายามเลี้ยงดูลูกสาวให้อยู่ในกรอบที่ควรจะเป็นตามวัฒนธรรมอันดีของชาวจีน

ดูอนิเมะ

 

แต่เรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันหนึ่งเด็กสาวตื่นขึ้นมาอย่างสดใสและทำทุกอย่างเหมือนกับที่เธอเคยทำในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อส่องกระจกเท่านั้นเธอก็ต้องตกใจสุดขีดเพราะตัวเธอได้กลายเป็นแพนด้าสีแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอพยายามหาคำตอบก่อนจะพบว่าเวลาที่เธอตื่นเต้นแบบสุดๆ เธอจะสามารถกลายร่างเป็นแพนด้าแดงร่างกายใหญ่โตได้ และการกลายร่างได้ในครั้งนี้ทำให้เธอได้ล่วงรู้เกี่ยวกับความลับของครอบครัวที่ซุกซ่อนมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเลยทีเดียว

 

แต่มันก็ไม่ได้สร้างความยุ่งยากมากเท่ากับการที่วงดนตรีที่เธอชื่นชอบกำลังจะมาเปิดการแสดงในเมืองในอีกไม่นานนี้ ทำให้เธอต้องตัดสินใจว่าเธอจะเป็นลูกสาวที่ดีตามกรอบอย่างที่แม่ต้องการหรือจะเป็นเด็กสาวธรรมดาที่สามารถทำทุกอย่างได้ตามความต้องการกับเพื่อนที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานของเธอ ก่อนที่วันจันทร์สีเลือดจะเดินทางมาถึงและทำให้เธอไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างเดิมได้ต่อไป เธอจะตัดสินใจเช่นไรต้องไปติดตามเอาใจช่วยกันต่อในภาพยนตร์

 

 

เนื้อเรื่อง

 

เม่ย หลิน เด็กสาวอายุสิบสามปี ลูกสาวคนเดียวในครอบครัวคนจีนที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบในฐานะคนดูแลศาลเจ้าจีนประจำตระกูล ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา หมิง แม่ของเธอพยายามให้เธออยู่ในกรอบ กระทั่งวันหนึ่งเธอตื่นมาพบว่าตัวเองกลายเป็นแพนด้าแดงเวลาที่ตื่นเต้นสุดขั้ว เธอจึงได้รับรู้ว่าครอบครัวของเธอมีความลับอะไรบางอย่างที่เก็บงำไว้มานับตั้งแต่บรรพกาล แต่นั่นไม่วุ่นวายเท่ากับวงดนตรีที่เธอหลงใหลกำลังจะมาเปิดการแสดงที่แถวบ้าน เธอต้องตัดสินใจว่า จะเป็นลูกสาวอย่างที่แม่เธอต้องการ หรือเป็นเด็กสาวธรรมดาของเหล่าเพื่อนติ่งสุดก๊วนปั๊วะปังปุริเย่ ก่อนที่ดวงจันทร์สีเลือดจะมาถึงและเธอจะไม่สามารถคืนร่างเดิมได้อีกต่อไป

 

ถือเป็นอนิเมชั่นที่มีงานภาพแปลกตามากสำหรับพิกซาร์ จริง ๆ พิกซาร์ก็เริ่มฉีกงานภาพมาตั้งแต่ Luca ที่ให้ภาพสไตล์อิตาลีแบบเรื่อย ๆ แต่งานนี้เป็นสไตล์จีนอเมริกันที่เดินเรื่องไว ตรงไปข้างหน้า แต่ไม่ได้รีบจนตามไม่ทัน ผสมผสานกับมุกตลกที่อาจจะไม่ขำก๊ากอะไรมากแต่ก็ทำให้เรื่องราวดูเพลินในช่วงแรกของเรื่อง แต่ช่วงกลางมันค่อนข้างจะเรื่อยเปื่อย เพราะหนังให้เงื่อนไข แต่ไม่ได้กดดันสถานการณ์ตัวละครขนาดนั้น เลยกลายเป็นการวางตัวละครองอื่น ๆ ให้มีบทบาทควบคู่กับตัวเอกเพื่อปูไปสู่องค์สุดท้ายที่ทำให้พูดได้เต็มปากว่ากล้ามาก ฉีกมาก ที่เคยคิดไว้ผิดหมดและกลายเป็นส่วนที่ทรงพลังที่สุดที่ใครได้ดูมีต้องได้เสียน้ำตา อาจจะไม่ได้หักมุมหรือฉีกแบบเวอร์วังแบบที่คาดไว้ เพราะหนังมีพื้นฐานค่อนข้างไม่แน่นหรือแปลกมากสักเท่าไหร่ แม้หนังเฉลี่ยพื้นที่ระหว่างรากฐานของเรื่อง คือ ความร่วมสมัยแบบปี 2002 ผสมกับวัฒนธรรมแบบจีนที่นำเสนอออกมาได้อย่างลงตัวกับการเล่าเรื่อง แต่ภาพรวมกลับค่อนข้างธรรมดา ไม่รู้ว่า ถ้าไม่ได้องค์ที่ 3 มาช่วย หนังอาจจะแทบไม่มีอะไรใหม่เลย

 

 

ตัวละคร

รีวิว - TURNING RED

ตัวละครของเรื่องหลัก ๆ มีความน่าสนใจมาก ทั้ง เม่ย หลิน ที่ภาพลักษณ์คือสาวสุดคูลในหมู่เพื่อน แต่เมื่ออยู่กับแม่ เธอก็กลายเป็นลูกสาวตามระเบียบของครอบครัว ทำให้เราได้เห็นมุมมองว่าเธอคือเด็กผู้หญิงคนนึงที่ดูธรรมดา แต่ก็มีปัญหาคาใจที่ต้องผ่านไปตามประสาลูกสาวคนจีนที่ถูกคาดหวังและเมื่อไม่เป็นตามที่คาดหวัง เธอจึงกลายเป็นระเบิดเวลาที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก หมิง แม่ของเธอ ที่ฝังความคิดความอ่านว่าเธอจะต้องสมบูรณ์แบบ จนสุดท้ายมันได้ทำให้ความสัมพันธ์ครอบครัวค่อย ๆ แตกสลายโดยไม่รู้ตัว สองตัวละครนี้ต้องขับเคี่ยวกันระหว่างกระแสน้ำ รากฐานความหัวโบราณของผู้ใหญ่+จีน กับ ความทันสมัยของเด็กสาววัยแรกแย้มที่ต้องเผชิญหน้าความเปลี่ยนแปลงทั้งความรู้สึกต่อเพศตรงข้าม ความสนุกสนานกับผองเพื่อนที่มีคาแร็คเตอร์คอยซัพพอร์ทเธอ และอาจจะไม่ได้สำคัญกับเส้นเรื่องเหมือนตัวละครแม่ลูก แต่ก็มีฉากที่น่าจดจำเหมือนกันในแง่การพัฒนาของตัวละคร

 

 

 

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง TURNING RED

 

 

 

TURNING RED เป็นอนิเมชั่นที่เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เป็นการต่อยอดจากภาพยนตร์เรื่อง LUCA ที่เล่าถึงเรื่องราวในอิตาลีออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในครั้งนี้จะเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแคนาดาสไตล์จีนที่ดำเนินเรื่องได้อย่างฉับไว แม้จะเดินเรื่องเป็นเส้นตรงไปข้างหน้าแต่ก็สามารถทำออกมาได้น่าสนใจและน่าติดตาม เป็นการเล่าเรื่องราว COMING-OF-AGE ได้อย่างซาบซึ้งและอบอุ่นหัวใจเป็นอย่างมาก สามารถสะท้อนวัฒนธรรมและความเป็นมาของครอบครัวชาวจีนออกมาได้อย่างเจ็บแสบไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เป็นอนิเมชั่นที่ต้องยอมรับเลยว่ากล้าที่จะฉีกความเป็นอนิเมชั่นสูตรสำเร็จสำหรับเด็กออกมาได้อย่างหมดคราบ สามารถพัฒนาตัวละครได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ช่วงสุดท้ายของภาพยนตร์เต็มไปด้วยความซาบซึ้งที่ผู้รับชมจะต้องรู้สึกไปด้วยอย่างแน่นอน สามารถใส่ประเด็นการค้นหาตัวเองรวมไปถึงการเติบโตเข้ามาได้อย่างพอดิบพอดี ตัวละครแต่ละตัวมีมิติและความน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไปแต่ที่สำคัญเลยก็คือทุกคนล้วนแล้วแต่มีความใกล้เคียงกับความเป็นคนในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นอย่างมาก

 

อย่างไรก็ตามอนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ยังมีจุดที่น่าเสียดายเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเส้นเรื่องที่ค่อนข้างบางเบา ในช่วงแรกยังติดอยู่กับสูตรสำเร็จของอนิเมชั่นสำหรับเด็กไปหน่อย ทำให้ไม่ได้มีการใส่อะไรที่แปลกใหม่น่าสนใจเข้ามามากมาย ตัวละครหลักมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากทำให้ตัวละครสมทบของภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้มีบทบาทอะไรกับเรื่องราวมากมาย การกระจายความสำคัญของแต่ละตัวละครไม่เท่ากันทำให้ภาพยนตร์ขาดมิติในบางส่วนไป โดยรวมถือว่าเป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นที่สามารถทำออกมาได้ดีแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมระดับตำนาน สำหรับใครก็ตามที่เป็นแฟนคลับภาพยนตร์อนิเมชั่นของพิกซาร์เราขอแนะนำว่าภาพยนตร์เรื่องนี้คู่ควรแก่การรับชมเป็นอย่างมาก รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังในการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน

 

เว็บดูอนิเมะ

 

นี่เป็นผลงานการกำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของ “โดมี ชี” นักแอนิเมเตอร์มือดีจากพิกซาร์ ที่เคยเดบิวต์ได้อย่างน่าประทับใจจากหนังการ์ตูนสั้น อย่าง “Bao” เมื่อกลายปีก่อน และชิ้นงานนั่นเองก็เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์หนังยาวเรื่องนี้ออกมานั่นเอง และเธอก็เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการจัดสรรโครงเรื่องในหนังดังๆ อย่าง “Toy Story 4” หรือ “The Good Dinosaur” ที่เป็นจุดเด่นที่ทำให้เธอผูกเรื่องได้อย่างแข็งแกร่งด้วย

 

Turning Red เป็นหนังที่มีโครงเรื่องสไตล์ coming of age ของกลุ่มเด็กสาวที่กำลังเติบโตเข้าสู่วัยรุ่น พวกเธอมีประเด็นที่สามารถพูดคุยกันได้ไม่รู้จักเบื่อภายในกลุ่มก้อนของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องหนุ่มๆ ที่มักจะเป็นเรื่องซุบซิบตามประสาวัยฮอร์โมนพุ่งพล่าน หรือจะเป็นเรื่อง “ติ่ง” กลุ่มศิลปินบอยแบนด์ ที่นับว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับเด็กสาวในช่วงวัยนี้แห่งยุคมิลเลนเนียม (2000s) และหนังก็สามารถนำทุกๆ อย่างมาปรุงแต่งออกมาได้มีอรรถรสที่ลงตัว

 

เมื่อหนังมีโครงเรื่องและสตอรี่ที่ค่อนข้างแข็งแรงแล้ว ตามเสน่ห์ของหนังพิกซาร์ที่มักจะเน้นความสำคัญในเรื่องนี้เป็นหลัก จึงทำให้องค์ประกอบอื่นๆ ก็มาเสริมความสนุกให้กับหนังได้ไปตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะเอกลักษณ์ในตัวละครต่างๆ ทุกตัวในหนังเรื่องนี้ ที่มีการออกแบบมาได้มีกลิ่นความเป็นเอเชียได้อย่างเข้าใจถ่องแท้ เพราะเป็นการกลั่นกรองไอเดียมาจากคนเอเชียเป็นหลัก จึงทำให้มิติตัวละครต่างๆ ทำออกมาได้เข้าถึงวัฒธรรมได้ดีกว่า

 

แน่นอนว่าในเมื่อหนังเดินหมากทางนี้แล้ว ไฮไลต์ประเด็นความสัมพันธ์และสายใยครอบครัวก็ยังคงเป็นเส้นเรื่องที่ยืนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ และ Turning Red ก็ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจและใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าจะออกไปในทางสูตรสำเร็จกับเรื่องราวเห็นต่างระหว่างแม่กับลูก เราอาจจะได้กลิ่นอายความเป็น Freaky Friday เบาๆ จากในหนังเรื่องนี้ แต่ก็นับว่าเป็นสูตรสำเร็จที่ยังคงเวิร์กที่จะนำมาใช้ได้อยู่

 

 

โปรดักชั่นดีไซน์ของหนังเรื่องนี้สัมผัสได้ถึงสีสันที่ฉูดฉาด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีงานแอนิเนมชั่นอะไรที่โดดเด่นมากนัก แต่การลงรายละเอียดต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ถือว่าทำได้ดี โดยเฉพาะงานออกแบบในเมนูอาหารจานต่างๆ เรียกได้ว่าพิถีพิถันมากๆ สร้างสรรค์ออกมาได้น่าทานเหมือนกับอาหารจานโปรดที่น่าลิ้มลองจริงๆ และการใช้โทนสีของหนังก็ถือว่าทำได้ดี สื่อสารออกมาถึงผู้ชมได้อย่างหอมปากหอมคอ

 

อีกหนึ่งจุดที่เป็นเสน่ห์ของ Turning Red ก็น่าจะเป็นวัฒนธรรมความป็อปในหนัง เพราะหนังเรื่องนี้มีฉากหลังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงในต้นๆ ยุคปี 2000s ที่ตอนนั้นเพลงป็อปแดนซ์สนุกสนานยังครองตลาด และหนังก็หยิบเอากลิ่นอายนี้มาใช้ได้อย่างดี รวมทั้งใส่รายละเอียดที่น่าสนใจในยุคนั้นเข้ามาสอดแทรกได้อย่างลงตัว ทำให้ชวนคิดถึงยุคที่โลกยังไม่ได้รู้จักกันโทรศัพท์มือถืออย่างแพร่หลายเท่าวันนี้ อนิเมะ

 

โดยภาพรวม Turning Red เขินแรงแดงเป็นแพนด้า ก็ถือว่าเป็นผลงานจากพิกซาร์อีกเรื่องที่ค่อนข้างน่าพอใจและประทับใจในระดับที่ดี แม้ว่าจะยังไม่ใช่ผลงานระดับมาสเตอร์พีชอะไร แต่การที่พิกซาร์มาหยิบจับเอาวัฒนธรรมฝั่งโลกตะวันออกมาผสมผสานและชูเรื่องเป็นโครงหลักเช่นนี้ ก็ถือว่าพวกเขาทำออกมาได้ค่อนข้างลึกซึ้งกว่าที่ผ่านมา ก็เป็นหนังแอนิเมชั่นครอบครัวแฟนตาซี ที่ดูไปก็ยิ้มไปและซาบซึ้งไปได้ในคราวเดียว…

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น