รีวิว Your Lie In April (เพลงรักสองหัวใจ)

จะถือว่าเป็นเรื่องพลาดถ้าไม่ได้ดูอนิเมะสุดงดงามอย่าง Shigatsu wa Kimi no Uso หรือ Your Lie in April (ชื่อไทย เพลงรักสองหัวใจ) ซึ่งเวลานี้กำลังจะหลุดจาก Netflix ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2019 ที่จะถึงในวันเสาร์นี้แล้วดูอนิเมะออนไลน์

 

 

 

สำหรับผู้เขียนเอง Your Lie in April คือหนึ่งในอนิเมะที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง ไม่ใช่แค่ในฐานะของอนิเมะเกี่ยวกับดนตรีเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นเรื่องที่มีครบรสชาติ ความประทับใจ ความงดงาม เรื่องราวความรักของวัยรุ่นหนุ่มสาว เรื่องราวในวงการดนตรีคลาสสิก ทั้งนักเปียโนและนักไวโอลิน แรงบันดาลใจในการก้าวผ่านช่วงเวลาอันเจ็บปวด ความสูญเสีย การนำเสนอช่วงเวลาของวัยรุ่นที่จะเติบโตแบบ Coming of Age ไปจนถึงบทสรุปที่ซาบซึ้งตราตรึง

 

 

Shigatsu wa Kimi no Uso หรือ Your Lie in April เป็นมังงะแนวดนตรีปนโรมานซ์และชีวิตวัยรุ่น ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ นักเปียโนหนุ่มน้อยอัจฉริยะ อาริมะ โคเซ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก การสูญเสียแม่ และประสบการณ์เลวร้ายบางอย่าง ทำให้เขาหายไปจากวงการแข่งขันเปียโนไปหลายปี เพราะเกิดอาการไม่ได้ยินเสียงเพลงของตนเองในขณะที่เล่นเปียโน (น่าจะได้แนวทางมาจาก บีโธเฟน นักดนตรีคลาสสิกชื่อก้องของโลกที่มีอาการหูหนวก) แต่แล้วชีวิตของโคเซ ทั้งในฐานะนักดนตรี และวัยรุ่น ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง เมื่อเขาได้พบกับ มิยาโซโนะ คาโอริ เด็กสาวนักไวโอลิน ที่แนะนำตัวว่าชอบเพื่อนสนิทของเธอ และทำให้โคเซ มีตำแหน่งเป็นเพื่อนสนิท A พร้อมทั้งชักชวนให้เขามาเล่นดนตรีประสานพร้อมกับเธอด้วย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว

 

รีวิว Your Lie In April (เพลงรักสองหัวใจ)

 

สำหรับฉบับมังงะเรื่องนี้ เป็นผลงานชิ้นเอกของ อาราคาวะ นาโอชิ และเป็นงานที่ทำให้เขามีชื่อเสียงขึ้นมาในญี่ปุ่น เมื่อครั้งหนึ่ง โอดะ เออิจิ ผู้เขียนวันพีซ เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขารู้สึกอิจฉาผลงานเรื่องนี้มาก ที่สามารถถ่ายทอดการเล่นดนตรีออกมาในทางภาพในมังงะได้ และถือว่าการ์ตูนแนวดนตรีคือเรื่องแนวที่เขียนได้ยากที่สุด เพราะภาพวาดมันไม่มีเสียง แต่เรื่องนี้กลับทำได้ดีในการถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครออกมา

ดูอนิเมะ 

ในส่วนของอนิเมะ มีการดัดแปลงรายละเอียดและการเล่าเรื่องจากต้นฉบับมังงะเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าทำได้ดีอย่างมากในการถ่ายทอดอารมณ์ โดยเฉพาะบทเพลงที่ใช้ในเรื่อง และเพลงประกอบ ในจังหวะต่าง ๆ โดยเฉพาะซีนสำคัญของเรื่องที่ตัวละครหลักเล่นคอนเสิร์ต และซีนถ่ายทอดอารมณ์สำคัญ ๆ แล้วสำหรับการดัดแปลงเรื่องนี้เป็นอนิเมะ ยังมีฉบับ Live Action ด้วย

 

 

 

ในสว่นของ ฉบับมังงะแบบแปลไทยใช้ชื่อว่า เพลงรักสองหัวใจ มีทั้งหมด 11 เล่มจบ ลิขสิทธิ์แปลไทยของสนพ.วิบูลย์กิจ และยังมีอีกหนึ่งเล่มเสริมเป็นตอนสั้นที่ขยายเรื่องราวเพิ่ม

 

ในแง่รางวัล เรื่องนี้ได้รับรางวัลมากมาย ในส่วนของอนิเมะ ได้รับผลโหวตให้ได้รางวัลชนะเลิศอนิเมะของ Sugoi Award ปี 2016

 

 

 

อันที่จริง นี่เป็นหนึ่งในอนิเมะที่ “หลายคนอาจจะไม่กล้าดู” เพราะเชื่อว่าหลายคนคงพอจะรู้สปอยล์เบื้องต้นเกี่ยวกับตอนจบของเรื่องนี้มาแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ได้หักมุมอะไรมากนัก เพราะทั้งในฉบับมังงะและอนิเมะ ก็ไม่ได้ปกปิดประเด็นนี้ แต่พยายามนำเสนอให้คนดูตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง

 

 

 

แต่เชื่อเถอะว่าถ้าหากไม่ได้ดู ท่านกำลังพลาดการ์ตูนที่งดงามที่สุดเรื่องหนึ่งไปครับ แนะนำให้รีบดูกัน ก่อนที่จะหลุดจาก Netflix ในไม่กี่วันนี้นะครับ (อัพเดทกลับมาแล้ว 15/12/62)

 

 

 

สำหรับผลงานอื่น ๆ ของผู้เขียน ในเมืองไทยเคยมีผลงานเรื่องสั้นสองเล่มจบที่ได้ลิขสิทธิ์แปลไทยมาคือ Sayonara Football ในขณะที่ผลงานเรื่องล่าสุดคือ My Farewell Cramer คือภาคต่อจากเรื่องสั้นดังกล่าว ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้จะเล่าเกี่ยวกับวงการฟุตบอลหญิง ในระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย และยังเป็นเรื่องยาวไม่จบ

อนิเมะออนไลน  

เนื้อเรื่อง รีวิว Your Lie In April (เพลงรักสองหัวใจ)

รีวิว Your Lie In April (เพลงรักสองหัวใจ)

เริ่มต้นที่ตัวเอกของเรา อิริมะ โคเซิ เขาเป็นเด็กหนุ่มผู้มีความสามารถด้านการเล่นเปียโนที่หาตัวจับได้ยากแม้กระทั่งผู้ใหญ่ในวงการก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นเด็กเทพแห่งวงการเปียโนก็ว่าได้ ทว่าเมื่อบุญมีกรรมก็ต้องบังครับ เรื่องราวอันแสนเลวร้ายในอดีตรวมทั้งการที่เด็กน้อยต้องสูญเสียแม่ บุคคลอันเป็นที่รักไป ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นกลายเป็นความเศร้าและอารมณ์หม่นมืดโอบกอดเขาไว้ เป็นเหตุให้เขาต้องหายไปจากวงการดนตรีทั้งที่ยังเป็นคนที่ใครต่อใครต้องการ นั่นเป็นเพราะเขาเกิดความผิดปกติบางอย่างในร่างกายเขา…เมื่อไม่สามารถได้ยินเสียงเพลงที่ตนเองบรรเลงได้

 

 

หากใครได้อ่านรีวิวเรื่อง Clannad ที่ผมรีวิวไป เรื่องราวของตัวเองจะมีการเดินทางที่คล้ายคลึงกัน หากแต่ปมเรื่องราวนั้นสร้างทางแยกให้แต่ละเรื่องที่โลกของตน แล้วในเรื่องนี้ โคเซที่ตกอยู่ในความมืดหม่นก็ได้พบเจอกับตัวเอกของเรา มิยาโซโนะ คาโอริ เด็กสาวนักไวโอลินที่เข้ามามีบทบาทในการพลิกผันการดำเนินชีวิตของโคเซไปอย่างสิ้นเชิง

 

ในมุมมองของหนังสือมังงะ ใครๆ ก็มักบอกว่าการ์ตูนแนวดนตรีมันเขียนยาก เพราะเราไม่สามารถได้ยินเสียงใดๆ จากลายเส้นนี้ ครั้งหนึ่งเคยอ่านในหนังสือเกี่ยวกับวงการการ์ตูนเมื่อนานมาแล้ว ว่าแม้แต่อาจารย์ผู้เขียนวันพีช ยังเอ่ยปากชื่นชมว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีความสามารถที่ถ่ายทอดเรื่องราวประหนึ่งเกิดเสียงดนตรีระหว่างอ่านไปได้จริงๆ…ซึ่งผมไม่ได้ยินครับ(หัวเราะ)

 

แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รู้สึกว่าตัวมังงะนั้นทำออกมาได้ดีแล้วครับ ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของอาจารย์ อาราคาวะ นาโอชิ ช่วยทำให้เรื่องราวมันสามารถถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจน แต่น่าเสียดายที่ในเวอร์ชั่นอนิเมะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงลายเส้น เข้าใจว่าเพื่อตามยุคสมัยครับ ทำให้ลายเส้นในอนิเมะมีความแตกต่างจากจากมังงะพอสมควร ถ้าให้พูดตรงๆ เลยคือ อนิเมะมีลายเส้นที่แอบดูเยาว์วัยกว่ามังงะพอประมาณครับ

 

 

 

ความประทับใจต่างๆ

 

 

ซึ่งด้วยความที่ผมทั้ง “อ่าน” และ “ดู” การ์ตูนเรื่องนี้โดยบริบูรณ์ทั้งสองอย่างแล้ว มีการเปรียบเทียบกันเล็กน้อย ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เมื่อมีการนำเสนอในด้านอนิเมชั่น ก็ต้องมีการตัดบางส่วนออกไป เสริมบางส่วนเข้ามาครับ ซึ่งในเวอร์ชั่นอนิเมะนี้ เป็นการตัดเนื้อหาส่วนของความตลกขบขันคอมเมดี้ออกไปบางส่วน และมีการเพิ่มเรื่องราวที่เน้นไปทางการถ่ายทอดความรู้สึก ความสัมพันธ์ของตัวละครเพิ่มขึ้นมา โดยมีบางเนื้อหาบางตอนที่อาจจะดูเนือยไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นปัญหาในการรับชมใดๆ ครับ

 

แต่แม้ว่าจะมีความต่างกันออกไป ทว่าสิ่งที่เพิ่มเข้ามาจนรู้สึกได้ว่ามัน “สื่อสารถึงคนดู” คือเสียงครับ ความสัมพันธ์ในการเดินเรื่องนั้นทำออกมาได้ดีแล้ว เรื่องราวและเส้นทางชีวิตเหล่านั้นแสดงออกมาได้ชัดเจน เห็นพัฒนาการของความรู้สึกได้ดีครับ แต่พออนิเมะมันมีดนตรีประกอบขึ้นมา แถมดนตรีประกอบก็ยังแสนจะไพเราะด้วย มันทำให้อรรถรสในการรับชมการ์ตูนเรื่องนี้ “เต็มอิ่ม” ขึ้นครับ จังหวะการใส่ดนตรีประกอบ ซีนเล็ก ซีนใหญ่ ทุกอย่างจัดเต็มและลงตัวมากๆ จนผมมักเปิดเพลงประกอบการ์ตูนเรื่องนี้ฟังเวลาหัวสมองมันแบลงค์ๆ เลยละครับ ไม่อยากให้ไปหาฟังกันก่อนเลย แต่อยากให้ดูแล้วค่อยๆ ฟังเพลงประกอบไปทีละเพลง มันจะช่วยเสริมสร้างอารมณ์ระหว่างรับชมได้เป็นอย่างดีครับ

 

มาว่าถึงฉากเกี่ยวกับอารมณ์กันบ้าง นอกจากการถ่ายทอดเรื่องเสียงเพลงประกอบแล้ว การถ่ายทอดอารมณ์ที่ค่อยๆ เดินไปพร้อมกับตัวเรื่องก็ทำออกมาได้ดีครับ ช็อตฮาก็สนั่นลั่นบ้าน ช็อตอึ้งก็เดดแอร์กันไปพักหนึ่ง ช็อตประทับใจก็เล่นเอาผมนั่งน้ำตาคลออยู่ตลอด อาจจะด้วยความที่ผมเป็นคนอินต่ออะไรแบบนี้ง่าย เลยทำให้ไหลไปกับเรื่องราวได้ดีขึ้น ผมมองว่ามันเป็นข้อดีของตัวเองครับ ที่จะได้รับอารมณ์ต่างๆ ของเรื่องราวได้อย่างเต็มอิ่ม

 

แต่ก็แน่นอนละครับ พอเปิดประเด็นมาแบบปมหลักหนักๆ แบบนี้ ทุกๆ คนก็คงไม่กล้าดูเพราะว่ากลัว “เจ็บตับ” กันใช่ไหมครับ ซึ่งมีหลายๆ ที่สปอยล์ตอนจบเสียไม่น่ารักเลยจริงๆ แต่ผมว่าเรื่องราวมันก็ไม่ได้ปิดบังคนดูขนาดนั้นนะครับ มีการแสดงออกถึงเรื่องราวโยงใยไปมาอยู่เสมอๆ และผมก็คิดว่ามันคือความประทับใจที่สุดของผม ดังนั้น หากท่านยังไม่ถูกสปอยล์…จงตั้งใจดูอนิเมะเรื่องนี้ครับ

 

แต่ถ้าท่านถูกสปอยล์หรืออ่านมังงะแล้ว…เราลองมาเสพเรื่องราวเหล่านั้นด้วยตัวเองผ่านภาพเคลื่อนไหวดูครับ เพราะอารมณ์ต่างๆ มันไม่เหมือนกันเลยจริงๆ ผมว่าร้อยคนดูก็ร้อยคนคิดครับ ไม่มีใครรู้สึกเหมือนกัน ทว่าสำหรับผมและกลุ่มเพื่อนแล้ว บอกได้คำเดียวว่าการ์ตูนเรื่องนี้ “สุดแสนประทับใจ” ในหลายๆ เรื่อง ดังที่ผมได้กล่าวมา

 

เชื่อผมเถอะครับ ว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีความงดงามและความน่าประทับใจอยู่มากกว่าทั้งในมังงะและเรื่องเล่าที่ได้ยินมา เชิญมาสัมผัสมันด้วยตัวเอง

อนิเมะ 

สรุป

 

เชื่อเถอะว่าถ้าหากไม่ได้ดู ท่านกำลังพลาดการ์ตูนที่งดงามที่สุดเรื่องหนึ่งไปครับ แนะนำให้รีบดูกัน

รีวิว Your Lie In April (เพลงรักสองหัวใจ)

ข้อดี

อนิเมะที่ดัดแปลงจากมังงะได้อย่างสวยงาม ลงตัว

เพลงประกอบไพเราะ ทั้งเพลงคลาสสิกที่ใช้ และเพลง OST ประกอบแต่ละฉาก

งานภาพ โปรดักชั่น อลังการ

ความสัมพันธ์ตัวละครที่ลึกซึ้ง และน่าติดตาม

บทสรุปที่งดงาม ตราตรึง

 

ข้อเสีย

อนิเมะดัดแปลงบางจุดจากมังงะ เน้นมุมดราม่ามากขึ้น ลดมุมตลกเบาๆลง

ยืดบางฉากออก แต่ก็ทำให้บางฉากถูกตัดออก

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น